หน้าแรก/บทความ/ประกันสุขภาพ vs ประกันโรคร้ายแรง: ต่างกันอย่างไร? ควรทำแบบไหน?

ประกันสุขภาพ vs ประกันโรคร้ายแรง: ต่างกันอย่างไร? ควรทำแบบไหน?

พ.ต.ท.วิศรุตภูมิ ชูประยูร5 กุมภาพันธ์ 25691 views
แชร์:
ประกันสุขภาพ vs ประกันโรคร้ายแรง: ต่างกันอย่างไร? ควรทำแบบไหน?

ประกันสุขภาพ vs ประกันโรคร้ายแรง: ต่างกันอย่างไร? ควรทำแบบไหน?

หลายคนมักสับสนระหว่าง ประกันสุขภาพ และ ประกันโรคร้ายแรง ว่าคุ้มครองเหมือนกันหรือไม่ ควรทำแบบไหน หรือต้องทำทั้งสองแบบ? บทความนี้จะอธิบายความแตกต่างอย่างละเอียด พร้อมแนะนำว่าแบบไหนเหมาะกับใคร เพื่อให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ


โรคร้ายแรงคืออะไร? ทำไมถึงน่ากลัว

โรคร้ายแรง คือโรคที่ต้องใช้เทคโนโลยีหรือเทคนิคการแพทย์แบบเฉพาะทางในการรักษา รักษาหายได้ยากกว่าโรคทั่วไป และต้องรักษาตัวต่อเนื่องเป็นเวลานาน สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กำหนดโรคร้ายแรงไว้ทั้งหมด 50 โรค โดยโรคที่พบบ่อยที่สุดในประเทศไทย ได้แก่:

อันดับโรคร้ายแรงชื่อภาษาอังกฤษ
1โรคมะเร็งCancer
2โรคหลอดเลือดหัวใจCoronary Artery Disease
3โรคหัวใจล้มเหลวCongestive Heart Failure
4โรคหลอดเลือดสมองMajor Stroke
5โรคไตวายเรื้อรังChronic Kidney Failure

ในยุคปัจจุบัน โรคร้ายแรงไม่ได้เป็นเรื่องไกลตัวอีกต่อไป ด้วยปัจจัยเสี่ยงมากมาย ทั้งมลพิษทางอากาศ อาหารการกิน และไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไป ทำให้คนอายุน้อยก็มีโอกาสเป็นโรคร้ายแรงได้เช่นกัน


ประกันสุขภาพ คืออะไร?

ประกันสุขภาพ คือแผนประกันที่ให้ความคุ้มครอง ค่ารักษาพยาบาล เมื่อผู้เอาประกันเจ็บป่วยหรือประสบอุบัติเหตุ โดยบริษัทประกันจะจ่ายค่ารักษาพยาบาลตามใบเสร็จหรือตามจริง ให้กับโรงพยาบาลโดยตรง

ความคุ้มครองของประกันสุขภาพ

ประกันสุขภาพครอบคลุมค่าใช้จ่ายหลากหลาย ได้แก่:

  • ค่าห้องพักและค่าอาหาร ระหว่างนอนรักษาตัวในโรงพยาบาล
  • ค่ายาและเวชภัณฑ์ ทั้งยาที่ใช้ระหว่างรักษาตัวและยากลับบ้าน
  • ค่าผ่าตัดและหัตถการ รวมถึงค่าห้องผ่าตัดและอุปกรณ์
  • ค่าแพทย์เยี่ยมไข้ และค่าปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
  • ค่าตรวจวินิจฉัย เช่น เอกซเรย์ CT Scan MRI
  • ค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอก (OPD) ในบางแผน

ประเภทของประกันสุขภาพ

ประเภทลักษณะการจ่ายข้อดีข้อเสีย
แบบเหมาจ่ายจ่ายตามจริงภายในวงเงินรวมยืดหยุ่น ไม่ต้องกังวลค่าห้องเบี้ยสูงกว่า
แบบแยกค่าใช้จ่ายจำกัดวงเงินแต่ละรายการเบี้ยถูกกว่าอาจต้องจ่ายส่วนเกิน

ประกันโรคร้ายแรง คืออะไร?

ประกันโรคร้ายแรง คือแผนประกันที่ให้ความคุ้มครองเมื่อผู้เอาประกันตรวจพบว่าเป็นโรคร้ายแรงตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ โดยบริษัทประกันจะ จ่ายเงินก้อน ให้ผู้เอาประกันโดยตรง ไม่ว่าจะนำไปใช้จ่ายอะไรก็ได้

จุดเด่นของประกันโรคร้ายแรง

ประกันโรคร้ายแรงมีข้อดีที่แตกต่างจากประกันสุขภาพอย่างชัดเจน:

  1. ได้รับเงินก้อนทันที เมื่อตรวจพบโรคตามเงื่อนไข ไม่ต้องรอใบเสร็จค่ารักษา
  2. นำเงินไปใช้ได้อิสระ ไม่จำกัดว่าต้องเป็นค่ารักษาเท่านั้น
  3. ชดเชยรายได้ที่หายไป ระหว่างพักรักษาตัวไม่สามารถทำงานได้
  4. ค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่าเดินทาง ค่าที่พักญาติ ค่าดูแลพิเศษ

ประเภทของประกันโรคร้ายแรง

ประเภทลักษณะการจ่ายเหมาะกับ
จ่ายครั้งเดียวจ่ายเงินก้อนเมื่อตรวจพบครั้งแรกผู้ที่ต้องการวงเงินสูง
จ่ายหลายครั้งจ่ายแยกตามระยะของโรคผู้ที่ต้องการความคุ้มครองต่อเนื่อง
จ่ายตามระยะจ่ายเป็น % ตามระยะเริ่มต้น/กลาง/รุนแรงผู้ที่ต้องการความยืดหยุ่น

เปรียบเทียบ: ประกันสุขภาพ vs ประกันโรคร้ายแรง

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน มาดูตารางเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างประกันทั้งสองประเภท:

หัวข้อประกันสุขภาพประกันโรคร้ายแรง
วิธีการจ่ายเงินจ่ายตามค่ารักษาจริง ให้โรงพยาบาลจ่ายเงินก้อน ให้ผู้เอาประกัน
ขอบเขตความคุ้มครองทุกโรค ทุกอุบัติเหตุเฉพาะโรคที่ระบุในกรมธรรม์
การใช้เงินประกันต้องเป็นค่ารักษาพยาบาลเท่านั้นนำไปใช้ได้อิสระ
เงื่อนไขการเคลมมีใบเสร็จค่ารักษาตรวจพบโรคตามเงื่อนไข
เบี้ยประกันปรับตามอายุทุกปีมักคงที่หรือปรับน้อยกว่า
ระยะรอคอย30 วัน (โรคทั่วไป)90 วัน (โรคร้ายแรง)

ตัวอย่างสถานการณ์: เข้าใจง่ายขึ้น

กรณีที่ 1: คุณสมชาย ตรวจพบมะเร็งลำไส้ระยะที่ 2

หากมีประกันสุขภาพอย่างเดียว:

  • ค่าผ่าตัด ค่าเคมีบำบัด ค่ายา → ประกันสุขภาพจ่ายให้โรงพยาบาล
  • ค่าเดินทางไปโรงพยาบาล ค่าที่พักญาติ รายได้ที่หายไป → ต้องจ่ายเอง

หากมีประกันโรคร้ายแรงอย่างเดียว:

  • ได้รับเงินก้อน 1 ล้านบาท เมื่อตรวจพบมะเร็ง
  • ค่ารักษาพยาบาลทั้งหมด → ต้องจ่ายจากเงินก้อนที่ได้รับ

หากมีทั้งสองแบบ:

  • ค่ารักษาพยาบาล → ประกันสุขภาพจ่ายให้โรงพยาบาล
  • เงินก้อน 1 ล้านบาท → นำไปใช้ชดเชยรายได้ ค่าใช้จ่ายอื่นๆ

กรณีที่ 2: คุณสมหญิง เป็นไข้หวัดใหญ่ ต้องนอนโรงพยาบาล 3 วัน

ประกันสุขภาพ: คุ้มครอง จ่ายค่ารักษาให้ตามใบเสร็จ

ประกันโรคร้ายแรง: ไม่คุ้มครอง เพราะไข้หวัดใหญ่ไม่ใช่โรคร้ายแรง


ควรทำประกันแบบไหน?

ประกันสุขภาพ เหมาะกับ:

  • ทุกคน ที่ต้องการความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลทั่วไป
  • ผู้ที่ไม่มีสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลจากที่ทำงาน
  • ผู้ที่ต้องการความอุ่นใจเรื่องค่าใช้จ่ายเมื่อเจ็บป่วย

ประกันโรคร้ายแรง เหมาะกับ:

  • หัวหน้าครอบครัว ที่เป็นรายได้หลัก หากป่วยจะกระทบครอบครัว
  • ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคร้ายแรง
  • ผู้ที่ต้องการเงินก้อนมาชดเชยรายได้ที่หายไป
  • ผู้ที่ต้องการเพิ่มทางเลือกในการรักษา เช่น รักษาต่างประเทศ

ทำทั้งสองแบบ เหมาะกับ:

  • ผู้ที่ต้องการความคุ้มครองครบถ้วนทั้งค่ารักษาและเงินชดเชย
  • ผู้ที่มีงบประมาณเพียงพอ
  • ผู้ที่ต้องการความอุ่นใจสูงสุด

ข้อควรระวังก่อนทำประกัน

สิ่งที่ประกันโรคร้ายแรงไม่คุ้มครอง

  1. โรคร้ายแรงที่เป็นมาก่อนทำประกัน (Pre-existing Condition)
  2. โรคที่เกิดจากการใช้ยาเสพติดหรือแอลกอฮอล์
  3. โรคที่เกิดจากการทำร้ายตัวเอง
  4. โรคเอดส์หรือ HIV
  5. โรคที่เกิดจากรังสีหรือกัมมันตภาพรังสี

ระยะรอคอย (Waiting Period)

  • ประกันสุขภาพ: 30 วัน สำหรับโรคทั่วไป
  • ประกันโรคร้ายแรง: 90 วัน สำหรับโรคร้ายแรง

หมายความว่า หากตรวจพบโรคภายในระยะรอคอย จะไม่ได้รับความคุ้มครอง


สรุป: ประกันสุขภาพ vs ประกันโรคร้ายแรง

คำถามคำตอบ
ต่างกันอย่างไร?ประกันสุขภาพจ่ายค่ารักษาให้โรงพยาบาล ประกันโรคร้ายจ่ายเงินก้อนให้ผู้เอาประกัน
ควรทำแบบไหน?ขึ้นอยู่กับความต้องการ แต่ควรมีประกันสุขภาพเป็นพื้นฐาน
ต้องทำทั้งสองแบบไหม?ไม่จำเป็น แต่ทำทั้งสองแบบจะได้ความคุ้มครองครบถ้วนที่สุด

การวางแผนประกันที่ดีควรพิจารณาจากความต้องการ งบประมาณ และความเสี่ยงของแต่ละบุคคล หากไม่แน่ใจว่าควรเลือกแบบไหน สามารถปรึกษานักวางแผนการเงินเพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสมกับสถานการณ์ของคุณ


ต้องการคำปรึกษาเพิ่มเติม?

หากคุณต้องการคำแนะนำเกี่ยวกับการเลือกประกันสุขภาพหรือประกันโรคร้ายแรงที่เหมาะกับคุณ สามารถติดต่อได้ที่:

พ.ต.ท.วิศรุตภูมิ ชูประยูร (สมาร์ท)

  • ที่ปรึกษาการเงิน AFPT™
  • ผู้วางแผนการลงทุน
  • ตัวแทนประกันชีวิต พรูเด็นเชียล

📞 โทร: 063-661-6699 📧 Email: [email protected] 💬 LINE: smart_66

พร้อมให้คำปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

พ.ต.ท.วิศรุตภูมิ ชูประยูร, M.Pol.Sc., AFPT™

ที่ปรึกษาการเงิน AFPT™ | ผู้วางแผนการลงทุน

ประสบการณ์กว่า 10 ปีในด้านการวางแผนการเงิน ประกันชีวิต และการลงทุน พร้อมใบอนุญาตครบถ้วนจากหน่วยงานกำกับดูแล

ต้องการคำปรึกษาเพิ่มเติม?

ทีมที่ปรึกษาการเงินพร้อมให้คำปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย