ประกันสุขภาพ vs ประกันโรคร้ายแรง: ต่างกันอย่างไร? ควรทำแบบไหน?
ประกันสุขภาพ vs ประกันโรคร้ายแรง: ต่างกันอย่างไร? ควรทำแบบไหน?
หลายคนมักสับสนระหว่าง ประกันสุขภาพ และ ประกันโรคร้ายแรง ว่าคุ้มครองเหมือนกันหรือไม่ ควรทำแบบไหน หรือต้องทำทั้งสองแบบ? บทความนี้จะอธิบายความแตกต่างอย่างละเอียด พร้อมแนะนำว่าแบบไหนเหมาะกับใคร เพื่อให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ
โรคร้ายแรงคืออะไร? ทำไมถึงน่ากลัว
โรคร้ายแรง คือโรคที่ต้องใช้เทคโนโลยีหรือเทคนิคการแพทย์แบบเฉพาะทางในการรักษา รักษาหายได้ยากกว่าโรคทั่วไป และต้องรักษาตัวต่อเนื่องเป็นเวลานาน สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กำหนดโรคร้ายแรงไว้ทั้งหมด 50 โรค โดยโรคที่พบบ่อยที่สุดในประเทศไทย ได้แก่:
| อันดับ | โรคร้ายแรง | ชื่อภาษาอังกฤษ |
|---|---|---|
| 1 | โรคมะเร็ง | Cancer |
| 2 | โรคหลอดเลือดหัวใจ | Coronary Artery Disease |
| 3 | โรคหัวใจล้มเหลว | Congestive Heart Failure |
| 4 | โรคหลอดเลือดสมอง | Major Stroke |
| 5 | โรคไตวายเรื้อรัง | Chronic Kidney Failure |
ในยุคปัจจุบัน โรคร้ายแรงไม่ได้เป็นเรื่องไกลตัวอีกต่อไป ด้วยปัจจัยเสี่ยงมากมาย ทั้งมลพิษทางอากาศ อาหารการกิน และไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไป ทำให้คนอายุน้อยก็มีโอกาสเป็นโรคร้ายแรงได้เช่นกัน
ประกันสุขภาพ คืออะไร?
ประกันสุขภาพ คือแผนประกันที่ให้ความคุ้มครอง ค่ารักษาพยาบาล เมื่อผู้เอาประกันเจ็บป่วยหรือประสบอุบัติเหตุ โดยบริษัทประกันจะจ่ายค่ารักษาพยาบาลตามใบเสร็จหรือตามจริง ให้กับโรงพยาบาลโดยตรง
ความคุ้มครองของประกันสุขภาพ
ประกันสุขภาพครอบคลุมค่าใช้จ่ายหลากหลาย ได้แก่:
- ค่าห้องพักและค่าอาหาร ระหว่างนอนรักษาตัวในโรงพยาบาล
- ค่ายาและเวชภัณฑ์ ทั้งยาที่ใช้ระหว่างรักษาตัวและยากลับบ้าน
- ค่าผ่าตัดและหัตถการ รวมถึงค่าห้องผ่าตัดและอุปกรณ์
- ค่าแพทย์เยี่ยมไข้ และค่าปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
- ค่าตรวจวินิจฉัย เช่น เอกซเรย์ CT Scan MRI
- ค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอก (OPD) ในบางแผน
ประเภทของประกันสุขภาพ
| ประเภท | ลักษณะการจ่าย | ข้อดี | ข้อเสีย |
|---|---|---|---|
| แบบเหมาจ่าย | จ่ายตามจริงภายในวงเงินรวม | ยืดหยุ่น ไม่ต้องกังวลค่าห้อง | เบี้ยสูงกว่า |
| แบบแยกค่าใช้จ่าย | จำกัดวงเงินแต่ละรายการ | เบี้ยถูกกว่า | อาจต้องจ่ายส่วนเกิน |
ประกันโรคร้ายแรง คืออะไร?
ประกันโรคร้ายแรง คือแผนประกันที่ให้ความคุ้มครองเมื่อผู้เอาประกันตรวจพบว่าเป็นโรคร้ายแรงตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ โดยบริษัทประกันจะ จ่ายเงินก้อน ให้ผู้เอาประกันโดยตรง ไม่ว่าจะนำไปใช้จ่ายอะไรก็ได้
จุดเด่นของประกันโรคร้ายแรง
ประกันโรคร้ายแรงมีข้อดีที่แตกต่างจากประกันสุขภาพอย่างชัดเจน:
- ได้รับเงินก้อนทันที เมื่อตรวจพบโรคตามเงื่อนไข ไม่ต้องรอใบเสร็จค่ารักษา
- นำเงินไปใช้ได้อิสระ ไม่จำกัดว่าต้องเป็นค่ารักษาเท่านั้น
- ชดเชยรายได้ที่หายไป ระหว่างพักรักษาตัวไม่สามารถทำงานได้
- ค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่าเดินทาง ค่าที่พักญาติ ค่าดูแลพิเศษ
ประเภทของประกันโรคร้ายแรง
| ประเภท | ลักษณะการจ่าย | เหมาะกับ |
|---|---|---|
| จ่ายครั้งเดียว | จ่ายเงินก้อนเมื่อตรวจพบครั้งแรก | ผู้ที่ต้องการวงเงินสูง |
| จ่ายหลายครั้ง | จ่ายแยกตามระยะของโรค | ผู้ที่ต้องการความคุ้มครองต่อเนื่อง |
| จ่ายตามระยะ | จ่ายเป็น % ตามระยะเริ่มต้น/กลาง/รุนแรง | ผู้ที่ต้องการความยืดหยุ่น |
เปรียบเทียบ: ประกันสุขภาพ vs ประกันโรคร้ายแรง
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน มาดูตารางเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างประกันทั้งสองประเภท:
| หัวข้อ | ประกันสุขภาพ | ประกันโรคร้ายแรง |
|---|---|---|
| วิธีการจ่ายเงิน | จ่ายตามค่ารักษาจริง ให้โรงพยาบาล | จ่ายเงินก้อน ให้ผู้เอาประกัน |
| ขอบเขตความคุ้มครอง | ทุกโรค ทุกอุบัติเหตุ | เฉพาะโรคที่ระบุในกรมธรรม์ |
| การใช้เงินประกัน | ต้องเป็นค่ารักษาพยาบาลเท่านั้น | นำไปใช้ได้อิสระ |
| เงื่อนไขการเคลม | มีใบเสร็จค่ารักษา | ตรวจพบโรคตามเงื่อนไข |
| เบี้ยประกัน | ปรับตามอายุทุกปี | มักคงที่หรือปรับน้อยกว่า |
| ระยะรอคอย | 30 วัน (โรคทั่วไป) | 90 วัน (โรคร้ายแรง) |
ตัวอย่างสถานการณ์: เข้าใจง่ายขึ้น
กรณีที่ 1: คุณสมชาย ตรวจพบมะเร็งลำไส้ระยะที่ 2
หากมีประกันสุขภาพอย่างเดียว:
- ค่าผ่าตัด ค่าเคมีบำบัด ค่ายา → ประกันสุขภาพจ่ายให้โรงพยาบาล
- ค่าเดินทางไปโรงพยาบาล ค่าที่พักญาติ รายได้ที่หายไป → ต้องจ่ายเอง
หากมีประกันโรคร้ายแรงอย่างเดียว:
- ได้รับเงินก้อน 1 ล้านบาท เมื่อตรวจพบมะเร็ง
- ค่ารักษาพยาบาลทั้งหมด → ต้องจ่ายจากเงินก้อนที่ได้รับ
หากมีทั้งสองแบบ:
- ค่ารักษาพยาบาล → ประกันสุขภาพจ่ายให้โรงพยาบาล
- เงินก้อน 1 ล้านบาท → นำไปใช้ชดเชยรายได้ ค่าใช้จ่ายอื่นๆ
กรณีที่ 2: คุณสมหญิง เป็นไข้หวัดใหญ่ ต้องนอนโรงพยาบาล 3 วัน
ประกันสุขภาพ: คุ้มครอง จ่ายค่ารักษาให้ตามใบเสร็จ
ประกันโรคร้ายแรง: ไม่คุ้มครอง เพราะไข้หวัดใหญ่ไม่ใช่โรคร้ายแรง
ควรทำประกันแบบไหน?
ประกันสุขภาพ เหมาะกับ:
- ทุกคน ที่ต้องการความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลทั่วไป
- ผู้ที่ไม่มีสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลจากที่ทำงาน
- ผู้ที่ต้องการความอุ่นใจเรื่องค่าใช้จ่ายเมื่อเจ็บป่วย
ประกันโรคร้ายแรง เหมาะกับ:
- หัวหน้าครอบครัว ที่เป็นรายได้หลัก หากป่วยจะกระทบครอบครัว
- ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคร้ายแรง
- ผู้ที่ต้องการเงินก้อนมาชดเชยรายได้ที่หายไป
- ผู้ที่ต้องการเพิ่มทางเลือกในการรักษา เช่น รักษาต่างประเทศ
ทำทั้งสองแบบ เหมาะกับ:
- ผู้ที่ต้องการความคุ้มครองครบถ้วนทั้งค่ารักษาและเงินชดเชย
- ผู้ที่มีงบประมาณเพียงพอ
- ผู้ที่ต้องการความอุ่นใจสูงสุด
ข้อควรระวังก่อนทำประกัน
สิ่งที่ประกันโรคร้ายแรงไม่คุ้มครอง
- โรคร้ายแรงที่เป็นมาก่อนทำประกัน (Pre-existing Condition)
- โรคที่เกิดจากการใช้ยาเสพติดหรือแอลกอฮอล์
- โรคที่เกิดจากการทำร้ายตัวเอง
- โรคเอดส์หรือ HIV
- โรคที่เกิดจากรังสีหรือกัมมันตภาพรังสี
ระยะรอคอย (Waiting Period)
- ประกันสุขภาพ: 30 วัน สำหรับโรคทั่วไป
- ประกันโรคร้ายแรง: 90 วัน สำหรับโรคร้ายแรง
หมายความว่า หากตรวจพบโรคภายในระยะรอคอย จะไม่ได้รับความคุ้มครอง
สรุป: ประกันสุขภาพ vs ประกันโรคร้ายแรง
| คำถาม | คำตอบ |
|---|---|
| ต่างกันอย่างไร? | ประกันสุขภาพจ่ายค่ารักษาให้โรงพยาบาล ประกันโรคร้ายจ่ายเงินก้อนให้ผู้เอาประกัน |
| ควรทำแบบไหน? | ขึ้นอยู่กับความต้องการ แต่ควรมีประกันสุขภาพเป็นพื้นฐาน |
| ต้องทำทั้งสองแบบไหม? | ไม่จำเป็น แต่ทำทั้งสองแบบจะได้ความคุ้มครองครบถ้วนที่สุด |
การวางแผนประกันที่ดีควรพิจารณาจากความต้องการ งบประมาณ และความเสี่ยงของแต่ละบุคคล หากไม่แน่ใจว่าควรเลือกแบบไหน สามารถปรึกษานักวางแผนการเงินเพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสมกับสถานการณ์ของคุณ
ต้องการคำปรึกษาเพิ่มเติม?
หากคุณต้องการคำแนะนำเกี่ยวกับการเลือกประกันสุขภาพหรือประกันโรคร้ายแรงที่เหมาะกับคุณ สามารถติดต่อได้ที่:
พ.ต.ท.วิศรุตภูมิ ชูประยูร (สมาร์ท)
- ที่ปรึกษาการเงิน AFPT™
- ผู้วางแผนการลงทุน
- ตัวแทนประกันชีวิต พรูเด็นเชียล
📞 โทร: 063-661-6699 📧 Email: [email protected] 💬 LINE: smart_66
พร้อมให้คำปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
พ.ต.ท.วิศรุตภูมิ ชูประยูร, M.Pol.Sc., AFPT™
ที่ปรึกษาการเงิน AFPT™ | ผู้วางแผนการลงทุน
ประสบการณ์กว่า 10 ปีในด้านการวางแผนการเงิน ประกันชีวิต และการลงทุน พร้อมใบอนุญาตครบถ้วนจากหน่วยงานกำกับดูแล