เงินเฟ้อกัดกินเงินออมของคุณอย่างไร? วิธีป้องกันที่ได้ผลจริง
พ.ต.ท.วิศรุตภูมิ ชูประยูร22 มกราคม 2569304 views

<h2>เงินเฟ้อกัดกินเงินออมของคุณอย่างไร? วิธีป้องกันที่ได้ผลจริง</h2>
<p>สวัสดีครับ ผม “พี่สมาร์ท” พ.ต.ท.วิศรุตภูมิ ชูประยูร, AFPT™ ที่ปรึกษาการเงินและตัวแทนประกันชีวิตครับ วันนี้อยากจะมาชวนคุยเรื่องใกล้ตัวที่น่ากลัวกว่าที่คิด นั่นคือ “เงินเฟ้อ” ครับ</p>
<p>ผมมีโอกาสได้คุยกับลูกค้าหลายท่าน หลายคนตั้งใจทำงาน เก็บหอมรอมริบเงินมาทั้งชีวิต หวังว่าจะได้ใช้ชีวิตสบายๆ ตอนเกษียณ แต่พอมาเปิดดูบัญชีเงินฝากเทียบกับราคาสินค้าในปัจจุบันแล้วก็ต้องตกใจ เพราะเงินที่เคยคิดว่าเยอะแยะมากมาย มันกลับดูเหมือนจะน้อยลงไปทุกที... นี่ไม่ใช่แค่ความรู้สึกนะครับ แต่มันคือเรื่องจริงที่เรียกว่า “เงินเฟ้อ” ที่กำลังกัดกินเงินออมของเราอย่างเงียบๆ ทุกวินาที</p>
<p>เคยลองจินตนาการไหมครับว่า เงิน 1,000,000 บาทที่เรามีในวันนี้ อีก 20 ปีข้างหน้ามันจะเหลือมูลค่าจริงๆ เท่าไหร่? ถ้าคำตอบทำให้คุณใจหาย เรามาหาทางแก้ไขและป้องกันไปพร้อมๆ กันในบทความนี้ครับ</p>
<h2>เงินเฟ้อคืออะไร? ทำไมถึงเป็น “เพชฌฆาตเงียบ” ของเงินออม</h2>
<h3>อธิบายเงินเฟ้อแบบบ้านๆ</h3>
<p>ถ้าจะให้อธิบายง่ายที่สุด เงินเฟ้อ ก็คือภาวะที่ “ของแพงขึ้น” นั่นเองครับ ลองนึกภาพตามนะครับ สมัยก่อนเราอาจจะเคยกินก๋วยเตี๋ยวชามละ 20-25 บาท แต่เดี๋ยวนี้ชามละ 50-60 บาทเข้าไปแล้ว หรือข้าวแกงที่เคยเริ่มต้นที่ 30 บาท ตอนนี้ก็ 40-50 บาทเป็นอย่างต่ำ นี่แหละครับคือผลของเงินเฟ้อ เงินในกระเป๋าเราเท่าเดิม แต่กลับซื้อของได้น้อยลง อำนาจการซื้อของเราลดลงอย่างน่าใจหาย</p>
<p>มันเหมือนกับมี “เพชฌฆาตเงียบ” ที่คอยมาขโมยมูลค่าเงินของเราไปทีละเล็กทีละน้อยโดยที่เราไม่ทันรู้ตัว กว่าจะรู้อีกที เงินที่อุตส่าห์เก็บมาก็อาจจะไม่พอใช้จ่ายในอนาคตอย่างที่วาดฝันไว้แล้วก็ได้</p>
<h3>สถิติเงินเฟ้อล่าสุดของไทย</h3>
<p>หลายคนอาจจะเถียงว่า “ก็เห็นข่าวบอกว่าเงินเฟ้อติดลบนี่นา” ใช่ครับ ข้อมูลล่าสุดจากกระทรวงพาณิชย์ ณ เดือนมกราคม 2569 อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยอยู่ที่ -0.66% ซึ่งเป็นการติดลบต่อเนื่องมาหลายเดือน แต่เราต้องมองภาพใหญ่ในระยะยาวครับ</p>
<p>การที่เงินเฟ้อติดลบในช่วงสั้นๆ เป็นผลมาจากมาตรการของภาครัฐและราคาพลังงานที่ลดลง แต่หากมองย้อนกลับไปในอดีต 10-20 ปี จะเห็นว่าโดยเฉลี่ยแล้วอัตราเงินเฟ้อของไทยอยู่ที่ประมาณ 2-3% ต่อปีเสมอ นั่นหมายความว่าในระยะยาว มูลค่าเงินของเราจะลดลงเฉลี่ยปีละ 2-3% อย่างแน่นอน การวางแผนการเงินโดยมองแค่สถานการณ์ระยะสั้นจึงเป็นเรื่องที่อันตรายอย่างยิ่งครับ</p>
<h2>Case Study: คุณเอ (นามสมมติ) กับเงินเก็บที่หดหาย</h2>
<p>เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น ผมขอยกตัวอย่างเรื่องราวของ “คุณเอ” (นามสมมติ) พนักงานออฟฟิศวัย 35 ปี ที่ผมเพิ่งให้คำปรึกษาไปครับ</p>
<p>คุณเอเป็นคนขยันและมีวินัยในการออมเงินมากครับ เธอตั้งใจเก็บเงินเดือนละ 10,000 บาท มาเป็นสิบปี จนตอนนี้มีเงินเก็บในบัญชีออมทรัพย์ประมาณ 1,000,000 บาท เธอวาดฝันว่าเงินก้อนนี้จะเป็นทุนสำหรับชีวิตวัยเกษียณที่สุขสบายของเธอ</p>
<p>วันหนึ่งคุณเอมาปรึกษาผมด้วยความกังวลว่า “พี่สมาร์ทคะ เงินล้านนึงนี่มันจะพอใช้ตอนเกษียณจริงๆ เหรอคะ?”</p>
<p>ผมจึงลองคำนวณให้คุณเอดูง่ายๆ ครับ สมมติว่าคุณเอจะเกษียณในอีก 20 ปีข้างหน้า โดยฝากเงิน 1,000,000 บาทนี้ไว้ในบัญชีออมทรัพย์ที่ให้ดอกเบี้ยประมาณ 0.5% ต่อปี และเราใช้อัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยแบบระมัดระวังที่ 3% ต่อปี</p>
<ul>
<li><strong>เงินในบัญชีของคุณเอในอีก 20 ปี (รวมดอกเบี้ยทบต้น):</strong> ประมาณ 1,104,896 บาท</li>
<li><strong>แต่มูลค่าที่แท้จริงของเงินก้อนนั้น (เมื่อหักลบอำนาจซื้อที่ลดลงเพราะเงินเฟ้อ):</strong> จะเหลือเพียงประมาณ 611,835 บาท เท่านั้น!</li>
</ul>
<p>ใช่ครับ คุณเอแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง เงินหนึ่งล้านบาทที่เธอหามาอย่างยากลำบาก กลับมีอำนาจซื้อเหลือเพียงหกแสนกว่าบาทในวันที่เธอต้องการจะใช้มันจริงๆ ความรู้สึกของคุณเอในวันนั้นคือช็อคและใจหาย เธอถามผมด้วยน้ำเสียงสั่นๆ ว่า “แล้วฉันจะทำยังไงดีคะพี่สมาร์ท?”</p>
<p>เรื่องราวของคุณเอไม่ใช่เรื่องไกลตัวเลยครับ แต่มันคือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับเงินออมของพวกเราทุกคนที่ยังคงเก็บเงินส่วนใหญ่ไว้ในบัญชีเงินฝากที่ให้ผลตอบแทนแพ้เงินเฟ้อ</p>
<h2>ทางออกอยู่ไหน? เมื่อฝากเงินในธนาคารไม่ใช่คำตอบสุดท้าย</h2>
<p>เห็นแบบนี้แล้ว หลายคนคงเริ่มใจไม่ดี แต่ไม่ต้องกังวลครับ ทุกปัญหามีทางออกเสมอ การที่เราจะเอาชนะเงินเฟ้อได้นั้น เราต้องทำให้เงินของเรา “ทำงาน” และ “เติบโต” ในอัตราที่สูงกว่าอัตราเงินเฟ้อนั่นเอง ซึ่งคำตอบนั้นอยู่ที่ “การลงทุน” ครับ</p>
<h3>เปรียบเทียบให้ชัด! ออมในธนาคาร vs. การลงทุน</h3>
<p>ลองมาดูตารางเปรียบเทียบ “ผลตอบแทนที่แท้จริง” (Real Return) ซึ่งก็คือผลตอบแทนที่เราได้รับหลังจากหักลบอัตราเงินเฟ้อออกไปแล้ว</p>
<table border="1" style="width:100%; border-collapse: collapse;">
<thead>
<tr>
<th style="padding: 8px; border: 1px solid #ddd;">ประเภทสินทรัพย์</th>
<th style="padding: 8px; border: 1px solid #ddd;">ผลตอบแทนคาดหวัง (ต่อปี)</th>
<th style="padding: 8px; border: 1px solid #ddd;">อัตราเงินเฟ้อ (เฉลี่ย)</th>
<th style="padding: 8px; border: 1px solid #ddd;">ผลตอบแทนที่แท้จริง (ต่อปี)</th>
</tr>
</thead>
<tbody>
<tr>
<td style="padding: 8px; border: 1px solid #ddd;">เงินฝากออมทรัพย์</td>
<td style="padding: 8px; border: 1px solid #ddd;">0.25% - 0.75%</td>
<td style="padding: 8px; border: 1px solid #ddd;">3.0%</td>
<td style="padding: 8px; border: 1px solid #ddd;">-2.75% ถึง -2.25%</td>
</tr>
<tr>
<td style="padding: 8px; border: 1px solid #ddd;">เงินฝากประจำ (12 เดือน)</td>
<td style="padding: 8px; border: 1px solid #ddd;">1.0% - 1.8%</td>
<td style="padding: 8px; border: 1px solid #ddd;">3.0%</td>
<td style="padding: 8px; border: 1px solid #ddd;">-2.0% ถึง -1.2%</td>
</tr>
<tr>
<td style="padding: 8px; border: 1px solid #ddd;">การลงทุนในกองทุนรวม/หุ้น</td>
<td style="padding: 8px; border: 1px solid #ddd;">5% - 12% (หรือสูงกว่า)</td>
<td style="padding: 8px; border: 1px solid #ddd;">3.0%</td>
<td style="padding: 8px; border: 1px solid #ddd;">+2.0% ถึง +9.0% (หรือสูงกว่า)</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><em>หมายเหตุ: ผลตอบแทนจากการลงทุนเป็นเพียงการประมาณการและมีความเสี่ยง การลงทุนควรศึกษาข้อมูลและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ</em></p>
<h3>ทำไมการลงทุนถึงชนะเงินเฟ้อได้ในระยะยาว?</h3>
<p>หัวใจสำคัญของการลงทุนคือการนำเงินไปไว้ในสินทรัพย์ที่มีศักยภาพในการเติบโต เช่น กิจการของบริษัทต่างๆ (หุ้น) หรือโครงการอสังหาริมทรัพย์ เมื่อเศรษฐกิจเติบโต บริษัทมีกำไรมากขึ้น มูลค่าของหุ้นก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย ซึ่งโดยปกติแล้วการเติบโตของเศรษฐกิจและกำไรของบริษัทมักจะสูงกว่าอัตราเงินเฟ้อเสมอ</p>
<p>นอกจากนี้ การลงทุนยังมีอาวุธสำคัญที่เรียกว่า “พลังของดอกเบี้ยทบต้น” (Compound Interest) ที่อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ เคยยกย่องว่าเป็น “สิ่งมหัศจรรย์อันดับที่ 8 ของโลก” มันคือการที่ผลตอบแทนจากการลงทุนของเรา ถูกนำไปลงทุนต่อ ทำให้เงินต้นก้อนใหม่ใหญ่ขึ้น และสร้างผลตอบแทนที่มากขึ้นไปอีกเป็นทอดๆ ยิ่งเราลงทุนนานเท่าไหร่ พลังของดอกเบี้ยทบต้นก็จะยิ่งทวีคูณและสร้างความมั่งคั่งให้เราได้อย่างน่าอัศจรรย์</p>
<h2>3 วิธีเด็ด! สร้างเกราะป้องกันเงินเฟ้อให้เงินออมของคุณ</h2>
<h3>1. ลงทุนในสินทรัพย์ที่เติบโตสูงกว่าเงินเฟ้อ</h3>
<p>เราควรจัดสรรเงินออมส่วนหนึ่งมาลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนคาดหวังสูงกว่า 3% ต่อปีขึ้นไป ซึ่งมีหลากหลายประเภทให้เลือกตามความเสี่ยงที่ยอมรับได้:</p>
<ul>
<li><strong>กองทุนรวม:</strong> เป็นทางเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับมือใหม่ เพราะมีผู้จัดการกองทุนมืออาชีพคอยดูแลบริหารจัดการเงินลงทุนให้เรา มีนโยบายการลงทุนหลากหลายให้เลือก ตั้งแต่เสี่ยงต่ำไปจนถึงเสี่ยงสูง และใช้เงินลงทุนเริ่มต้นไม่มาก</li>
<li><strong>หุ้น:</strong> เหมาะสำหรับผู้ที่ศึกษาข้อมูลมาอย่างดีและยอมรับความผันผวนได้สูง การลงทุนในหุ้นของบริษัทที่มีพื้นฐานดีและมีแนวโน้มเติบโตในอนาคต มีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่สูงมากในระยะยาว</li>
<li><strong>อสังหาริมทรัพย์:</strong> เป็นการลงทุนระยะยาวที่จับต้องได้ สามารถสร้างรายได้ประจำจากค่าเช่า (Passive Income) และมูลค่าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้างก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามกาลเวลา ซึ่งมักจะสูงกว่าเงินเฟ้อ</li>
<li><strong>ทองคำ:</strong> ถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) ที่ใช้ป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อได้ดี เพราะมูลค่าของทองคำมักจะไม่ผันผวนไปตามสภาวะเศรษฐกิจเหมือนสินทรัพย์อื่นๆ</li>
</ul>
<h3>2. พิจารณาประกันชีวิตควบการลงทุน (Unit-Linked)</h3>
<p>สำหรับคนที่ไม่ต้องการแค่การลงทุน แต่ยังต้องการความคุ้มครองชีวิตเพื่อเป็นหลักประกันให้กับครอบครัว “ประกันชีวิตควบการลงทุน” หรือ Unit-Linked ถือเป็นเครื่องมือทางการเงินที่ตอบโจทย์อย่างยิ่งครับ</p>
<p>Unit-Linked คือการผสมผสานระหว่าง “ประกันชีวิต” และ “กองทุนรวม” โดยเบี้ยประกันที่เราจ่ายไปจะถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนหนึ่งนำไปสร้างความคุ้มครองชีวิตตามที่กำหนด และอีกส่วนหนึ่งจะถูกนำไปลงทุนในกองทุนรวมที่เราเลือกเอง ทำให้เงินของเรามีโอกาสเติบโตงอกเงยไปพร้อมๆ กับการมีความคุ้มครองที่อุ่นใจ นับเป็นการสร้างวินัยในการลงทุนระยะยาวและบริหารความเสี่ยงไปพร้อมกันได้อย่างลงตัว</p>
<h3>3. วางแผนการเงินอย่างมีระบบ</h3>
<p>วิธีที่ดีที่สุดในการต่อสู้กับเงินเฟ้อคือการมี “แผนการเงิน” ที่ชัดเจนและทำอย่างมีระบบ การมีที่ปรึกษาการเงิน (Financial Advisor) ที่มีความรู้และประสบการณ์ จะช่วยให้เราสามารถ:</p>
<ul>
<li><strong>กำหนดเป้าหมายทางการเงินได้ชัดเจน:</strong> เช่น เพื่อการเกษียณ, เพื่อการศึกษาบุตร, เพื่อซื้อบ้าน</li>
<li><strong>ประเมินความเสี่ยงที่ยอมรับได้:</strong> เพื่อเลือกสินทรัพย์ลงทุนที่เหมาะสมกับตัวเรา</li>
<li><strong>จัดสรรสินทรัพย์ (Asset Allocation):</strong> กระจายการลงทุนไปในสินทรัพย์หลากหลายประเภทเพื่อลดความเสี่ยง</li>
<li><strong>ติดตามและปรับปรุงแผนการลงทุน:</strong> ให้สอดคล้องกับสถานการณ์และเป้าหมายที่อาจเปลี่ยนแปลงไป</li>
</ul>
<p>การมีผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำและดูแลแผนการเงินของเรา ก็เหมือนกับการมีโค้ชส่วนตัวที่คอยนำทางให้เราไปถึงเป้าหมายความมั่งคั่งได้เร็วขึ้นและมั่นคงขึ้นครับ</p>
<h2>อย่าปล่อยให้เงินของคุณหลับ! เริ่มวางแผนวันนี้ ก่อนจะสายเกินไป</h2>
<p>เงินเฟ้ออาจจะเป็น “เพชฌฆาตเงียบ” แต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่เราจะเอาชนะไม่ได้ การปล่อยเงินออมทั้งหมดไว้ในบัญชีเงินฝากที่ให้ผลตอบแทนต่ำเตี้ยติดดิน ก็ไม่ต่างอะไรกับการปล่อยให้เงินของเราถูกกัดกินมูลค่าไปเรื่อยๆ ทุกวัน</p>
<p>วันนี้เราได้เห็นแล้วว่า “การลงทุน” คือทางออกและเป็นหนทางเดียวที่จะทำให้เราไปถึงอิสรภาพทางการเงินและเอาชนะเงินเฟ้อได้ในระยะยาว อย่าปล่อยให้ความกลัวหรือความไม่รู้มาเป็นอุปสรรคในการเริ่มต้นครับ ยิ่งเราเริ่มเร็วเท่าไหร่ พลังของดอกเบี้ยทบต้นก็จะยิ่งช่วยให้เราไปถึงเป้าหมายได้ง่ายขึ้นเท่านั้น</p>
<h2>ปรึกษาฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย</h2>
<p>หากคุณเป็นคนหนึ่งที่อ่านมาถึงตรงนี้แล้วรู้สึกกังวลกับเงินออมของตัวเอง หรือต้องการเริ่มต้นวางแผนการเงินและสร้างเกราะป้องกันเงินเฟ้ออย่างจริงจัง แต่ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร ผมยินดีให้คำปรึกษาครับ</p>
<p><strong>ปรึกษาพี่สมาร์ทได้เลยครับ!</strong> เราจะมาช่วยกันวางแผนเพื่อเปลี่ยนเงินออมของคุณให้เติบโตและสร้างอนาคตที่มั่นคงไปด้วยกัน</p>
<p><strong>LINE ID: smart_66</strong></p>
<p><strong>โทร: 063-661-6699</strong></p>
<p>ด้วยความปรารถนาดี<br><strong>พ.ต.ท.วิศรุตภูมิ ชูประยูร, M.Pol.Sc., AFPT™</strong><br>ที่ปรึกษาการเงินและตัวแทนประกันชีวิต Prudential</p>
ชอบบทความนี้? แชร์ให้เพื่อนๆ ได้เลย
ช่วยแชร์ความรู้ดีๆ ให้คนรอบข้างได้รับประโยชน์
ว
พ.ต.ท.วิศรุตภูมิ ชูประยูร, M.Pol.Sc., AFPT™
ที่ปรึกษาการเงิน AFPT™ | ผู้วางแผนการลงทุน
ประสบการณ์กว่า 10 ปีในด้านการวางแผนการเงิน ประกันชีวิต และการลงทุน พร้อมใบอนุญาตครบถ้วนจากหน่วยงานกำกับดูแล
ต้องการคำปรึกษาเพิ่มเติม?
วางแผนการเงินฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย เพียงวางแผนผ่านแพลตฟอร์มพาร์ทเนอร์ที่เราคัดสรรมาให้
