Home/Articles/5 ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับประกันชีวิต ที่อาจทำให้คุณเสียโอกาสครั้งสำคัญ

5 ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับประกันชีวิต ที่อาจทำให้คุณเสียโอกาสครั้งสำคัญ

Pol.Lt.Col. Wisarutpoom Chooprayoon21 มกราคม 2569107 views28 min read
5 ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับประกันชีวิต ที่อาจทำให้คุณเสียโอกาสครั้งสำคัญ
<h2>คุณคิดว่า “ประกันชีวิต” เป็นเรื่องไกลตัวรึเปล่า?</h2> <p>หลายคนอาจพยักหน้าเห็นด้วยทันทีที่ได้ยินคำถามนี้ บางคนอาจรู้สึกว่า <strong>“ฉันยังหนุ่มยังสาว แข็งแรงดี จะรีบมีไปทำไม”</strong> หรือบางคนอาจคิดว่า <strong>“เบี้ยประกันแพงจะตาย เอาเงินไปทำอย่างอื่นดีกว่า”</strong> ความคิดเหล่านี้วนเวียนอยู่ในหัวของใครหลายๆ คน ทำให้ “ประกันชีวิต” กลายเป็นเรื่องท้ายๆ ที่จะนึกถึงเมื่อพูดถึงการวางแผนการเงิน</p> <p>ผมอยากจะเล่าเรื่องของ “พี่เอ” (นามสมมติ) ให้ฟังครับ พี่เอเป็นเสาหลักของครอบครัว เป็นมนุษย์เงินเดือนธรรมดาๆ ที่ขยันขันแข็ง เขามีความฝันอยากจะเก็บเงินก้อนโตเพื่อส่งลูกเรียนสูงๆ และใช้ชีวิตสบายๆ หลังเกษียณ พี่เอมองว่าประกันชีวิตเป็นรายจ่ายที่ไม่จำเป็น เขาเลือกที่จะนำเงินส่วนใหญ่ไปลงทุนในหุ้นตามคำแนะนำของเพื่อนๆ เพราะหวังผลตอบแทนที่สูงกว่า แต่แล้ววันหนึ่ง เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น พี่เอประสบอุบัติเหตุหนักจนต้องเข้ารับการผ่าตัดด่วนและพักฟื้นเป็นเวลานาน ค่ารักษาพยาบาลหลายแสนบาททำให้เงินเก็บที่เคยมีเริ่มร่อยหรอลง ที่แย่ไปกว่านั้นคือเขาไม่สามารถทำงานได้เหมือนเดิม รายได้ที่เคยมีก็หายไป ความฝันที่เคยวาดไว้เริ่มสั่นคลอน... นี่คือภาพสะท้อนที่ชัดเจนว่า <em>ความเข้าใจผิดเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับเครื่องมือทางการเงินชิ้นหนึ่ง สามารถสร้างผลกระทบที่ยิ่งใหญ่ต่อชีวิตเราและคนที่เรารักได้มากแค่ไหน</em></p> <p>บทความนี้ ผมในฐานะที่ปรึกษาการเงิน AFPT™ และตัวแทนประกันชีวิต จะขออาสามาหักล้าง <strong>5 ความเข้าใจผิดยอดฮิตเกี่ยวกับประกันชีวิต</strong> ที่ทำให้หลายคนพลาดโอกาสในการสร้างความมั่นคงทางการเงินและความคุ้มครองที่จำเป็น พร้อมข้อมูลจริงและกรณีศึกษาที่จะทำให้คุณมองประกันชีวิตในมุมใหม่ครับ</p> <h2>ความเข้าใจผิดที่ 1: ประกันชีวิตแพงเกินไป จ่ายไม่ไหวหรอก</h2> <h3>ความเชื่อ: “ประกันชีวิตเป็นของสำหรับคนรวยเท่านั้นแหละ เบี้ยประกันปีละหลายหมื่นหลายแสน ใครจะไปจ่ายไหว”</h3> <h3>ความจริง: เบี้ยประกันชีวิตยืดหยุ่นและออกแบบได้ตามความสามารถของเรา</h3> <p>นี่คือความเชื่อที่ฝังหัวคนไทยมานานที่สุดครับ หลายคนได้ยินคำว่า “ประกัน” ก็เบือนหน้าหนี เพราะจินตนาการไปถึงเบี้ยประกันราคาแพงลิบลิ่ว แต่ในความเป็นจริงแล้ว เบี้ยประกันชีวิตไม่ได้มีราคาตายตัว แต่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามปัจจัยหลายอย่าง เช่น <strong>อายุ เพศ สุขภาพ รูปแบบความคุ้มครอง และที่สำคัญที่สุดคือ “ทุนประกัน” หรือวงเงินความคุ้มครองที่เราต้องการ</strong></p> <p>ลองคิดง่ายๆ ครับ ถ้าวันนี้คุณแบ่งเงินค่ากาแฟแก้วโปรดวันละ 50 บาท มาเก็บไว้ หนึ่งเดือนคุณจะมีเงิน 1,500 บาท หนึ่งปีคุณจะมีเงิน 18,000 บาท เงินจำนวนนี้สามารถเปลี่ยนเป็นความคุ้มครองชีวิตหลักล้านบาทได้สบายๆ เลยนะครับ โดยเฉพาะสำหรับคนที่เริ่มต้นทำประกันตั้งแต่อายุยังน้อยและสุขภาพยังแข็งแรง</p> <p><em><strong>Case Study:</strong></em> “น้องบี” (นามสมมติ) เป็นพนักงานออฟฟิศอายุ 28 ปี เพิ่งเริ่มทำงานได้ไม่กี่ปี เธอมีความกังวลเรื่องภาระของพ่อแม่หากเธอเป็นอะไรไป แต่ก็มีงบประมาณจำกัด เธอได้ปรึกษากับที่ปรึกษาการเงินและเลือกทำประกันชีวิตแบบตลอดชีพ (Whole Life) ที่มีเบี้ยประกันเพียงเดือนละประมาณ 1,800 บาท แต่ได้รับความคุ้มครองกรณีเสียชีวิตสูงถึง 1,500,000 บาท พร้อมกับสัญญาเพิ่มเติมสุขภาพและโรคร้ายแรงเล็กน้อย ทำให้น้องบีรู้สึกอุ่นใจว่าอย่างน้อยถ้าเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นมาจริงๆ พ่อแม่ของเธอจะไม่ต้องลำบาก และเงินก้อนนี้จะสามารถดูแลท่านต่อไปได้ เห็นไหมครับว่าประกันชีวิตไม่ได้แพงอย่างที่คิดเสมอไป มันคือการ “ออกแบบ” ความคุ้มครองให้พอดีกับความต้องการและกำลังของเราต่างหาก</p> <h2>ความเข้าใจผิดที่ 2: ยังหนุ่มยังสาว/สุขภาพดี ไม่เห็นต้องรีบทำ</h2> <h3>ความเชื่อ: “ฉันยังแข็งแรงดี ออกกำลังกายตลอด ไม่มีทางเป็นอะไรง่ายๆ หรอก” หรือ “รอให้อายุเยอะกว่านี้ มีเงินเดือนเยอะกว่านี้ก่อนค่อยทำก็ได้”</h3> <h3>ความจริง: การทำประกันตอนสุขภาพดีและอายุน้อย คือช่วงเวลาที่ดีที่สุดและคุ้มค่าที่สุด</h3> <p>มีคำกล่าวหนึ่งในวงการประกันที่ว่า <strong>“ประกันชีวิต เราต้องซื้อตอนที่ยังไม่ต้องการ เพราะถ้าวันที่เราต้องการมันจริงๆ เราอาจจะซื้อมันไม่ได้อีกต่อไป”</strong> นี่คือความจริงที่เจ็บปวดแต่เราต้องยอมรับครับ เพราะสุขภาพคือปัจจัยสำคัญที่สุดในการพิจารณารับประกันของบริษัทประกัน การทำประกันในวันที่เรายังแข็งแรงดี ไม่เพียงแต่จะทำให้เราจ่ายเบี้ยประกันในราคาที่ “ถูกกว่า” อย่างมีนัยสำคัญ แต่ยังเพิ่มโอกาสที่บริษัทจะอนุมัติรับประกันโดยไม่มีข้อยกเว้นเรื่องสุขภาพอีกด้วย</p> <p>ลองดูตารางเปรียบเทียบเบี้ยประกันง่ายๆ สำหรับทุนประกัน 1,000,000 บาท สำหรับเพศชายสุขภาพมาตรฐาน: <ul> <li>อายุ 25 ปี: เบี้ยประกันประมาณ 15,000 บาท/ปี</li> <li>อายุ 35 ปี: เบี้ยประกันประมาณ 22,000 บาท/ปี</li> <li>อายุ 45 ปี: เบี้ยประกันประมาณ 35,000 บาท/ปี</li> </ul> <p>จะเห็นว่ายิ่งเราอายุมากขึ้น เบี้ยประกันยิ่งแพงขึ้นอย่างชัดเจน และที่น่ากังวลไปกว่านั้นคือสถิติจากกระทรวงสาธารณสุขที่ชี้ว่ากลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน ความดัน หรือแม้กระทั่งมะเร็ง กำลังคุกคามคนในวัยหนุ่มสาวมากขึ้นเรื่อยๆ การรอคอยจึงมีความเสี่ยงที่วันหนึ่งเราอาจจะมีโรคประจำตัวบางอย่างเกิดขึ้น และนั่นอาจทำให้เรา “หมดสิทธิ์” ในการทำประกันไปเลยตลอดชีวิต</p> <p><em><strong>Case Study:</strong></em> “คุณซี” (นามสมมติ) เป็นฟรีแลนซ์อายุ 32 ปีที่ใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ เขามั่นใจในสุขภาพของตัวเองเสมอมา แต่ด้วยคำแนะนำของแฟน เขาจึงตัดสินใจทำประกันสุขภาพและโรคร้ายแรงวงเงินสูงไว้เมื่อ 2 ปีก่อน เพียง 6 เดือนหลังจากนั้น เขาเริ่มมีอาการปวดท้องอย่างรุนแรงและตรวจพบว่าเป็นมะเร็งลำไส้ในระยะเริ่มต้น คุณซีต้องพักงานเพื่อรักษาตัวนานเกือบปี ค่ารักษาพยาบาลทั้งหมดเกือบ 2 ล้านบาท แต่โชคดีที่ประกันที่เขาทำไว้ “เพราะเกรงใจแฟน” วันนั้น ได้เข้ามาช่วยดูแลค่าใช้จ่ายทั้งหมด ทำให้เขาสามารถเข้าถึงการรักษาที่ดีที่สุดโดยไม่ต้องกังวลเรื่องเงิน และกลับมาใช้ชีวิตตามปกติได้อีกครั้ง คุณซีมักจะพูดติดตลกว่า “ถ้าวันนั้นไม่ทำประกัน วันนี้ผมอาจจะต้องขายบ้านเพื่อรักษาตัวเองก็ได้”</p> <h2>ความเข้าใจผิดที่ 3: เอาเงินไปลงทุนอย่างอื่นให้ผลตอบแทนดีกว่า</h2> <h3>ความเชื่อ: “จ่ายเบี้ยประกันไปเปล่าๆ สู้เอาเงินไปลงหุ้น กองทุนรวม หรือคริปโตดีกว่าเยอะ ได้กำไรเห็นๆ”</h3> <h3>ความจริง: ประกันชีวิตไม่ใช่ “การลงทุน” แต่คือ “การบริหารความเสี่ยง” ซึ่งเป็นรากฐานของการลงทุน</h3> <p>นี่เป็นอีกหนึ่งกับดักทางความคิดที่อันตรายมากครับ โดยเฉพาะในยุคที่ใครๆ ก็พูดถึงการลงทุน การสร้างผลตอบแทนสูงๆ จนหลายคนลืมไปว่า <strong>ก่อนที่เราจะสร้างความมั่งคั่ง เราต้องรู้จักวิธี “ปกป้อง” ความมั่งคั่งที่เรามีอยู่เสียก่อน</strong></p> <p>การลงทุนมีวัตถุประสงค์เพื่อ “สร้างการเติบโต” ให้กับเงินของเรา ซึ่งแน่นอนว่ามาพร้อมกับ “ความเสี่ยง” ที่จะสูญเสียเงินต้นได้ ในขณะที่ประกันชีวิตมีวัตถุประสงค์เพื่อ “บริหารความเสี่ยง” และ “การันตี” ว่าจะมีเงินก้อนหนึ่งพร้อมใช้เสมอเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น มันทำหน้าที่เหมือน <strong>“ตาข่ายนิรภัย” (Safety Net)</strong> ที่รองรับเราไว้ไม่ให้ตกลงไปสู่หายนะทางการเงิน</p> <p>ลองจินตนาการดูนะครับว่า หากคุณป่วยหนักต้องใช้เงิน 2 ล้านบาทในการรักษา ถ้าคุณมีประกันโรคร้ายแรงวงเงิน 2 ล้านบาท คุณก็แค่ใช้เงินจากประกันไป แต่ถ้าคุณไม่มีประกัน คุณจะหาเงิน 2 ล้านบาทมาจากไหน? คำตอบของหลายคนคือ “ก็ขายหุ้น/กองทุนที่ลงทุนไว้ออกมาสิ” แต่ถ้าจังหวะนั้นตลาดหุ้นเป็นขาลงล่ะ? คุณอาจจะต้องขายสินทรัพย์ของคุณในราคาที่ขาดทุนมหาศาล แผนการลงทุนที่วางไว้อย่างดีก็พังทลายลงในพริบตา นี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมการลงทุนกับการประกันชีวิตจึงต้องทำควบคู่กันไป มันคือการ “แยกกระเป๋า” เงินเพื่อเป้าหมายที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน</p> <h2>ความเข้าใจผิดที่ 4: ประกันชีวิตไม่คุ้มค่า ได้เงินคืนน้อย/ตอนตายไปแล้ว</h2> <h3>ความเชื่อ: “จ่ายเบี้ยไปตั้งเยอะ สุดท้ายก็ไม่ได้ใช้” หรือ “ได้เงินตอนตาย แล้วจะเอาไปทำอะไรได้ คนใช้ก็ไม่ใช่เรา”</h3> <h3>ความจริง: ประโยชน์ของประกันชีวิตมีมากกว่าแค่เงินสินไหมทดแทนเมื่อเสียชีวิต และเงินก้อนนั้นคือ “มรดกแห่งความรัก”</h3> <p>หลายคนมองประกันชีวิตแค่ในมิติของการ “เสียชีวิต” เท่านั้น จึงรู้สึกว่าไม่คุ้มค่า แต่จริงๆ แล้ว ประโยชน์ของประกันชีวิตนั้นมีมากมายในขณะที่เรายังมีลมหายใจอยู่ครับ <ul> <li><strong>ความคุ้มครองโรคร้ายแรง:</strong> แบบประกันสมัยใหม่มักพ่วงมากับสัญญาเพิ่มเติมที่ให้ความคุ้มครองโรคร้ายแรงแบบ “เจอ-จ่าย-จบ” หมายความว่าเมื่อตรวจพบว่าเป็นโรคร้ายแรงตามที่กรมธรรม์กำหนด บริษัทจะจ่ายเงินก้อนให้ทันที ซึ่งเราสามารถนำเงินก้อนนี้ไปใช้เป็นค่ารักษาพยาบาล หรือเป็นเงินทุนหมุนเวียนในชีวิตประจำวันระหว่างที่ทำงานไม่ได้</li> <li><strong>ค่าชดเชยรายได้:</strong> ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุหรือเจ็บป่วยจนทุพพลภาพสิ้นเชิงถาวร ประกันชีวิตสามารถจ่ายเงินชดเชยรายได้ที่ขาดหายไป ทำให้เรายังคงมีเงินใช้จ่ายและไม่เป็นภาระของใคร</li> <li><strong>การวางแผนเกษียณ:</strong> ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์หรือแบบบำนาญ เป็นเครื่องมือที่ยอดเยี่ยมในการสร้างวินัยการออมและการันตีว่าเราจะมีเงินใช้ในวัยเกษียณอย่างแน่นอน</li> <li><strong>การลดหย่อนภาษี:</strong> เบี้ยประกันชีวิตสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้สูงสุดถึง 100,000 บาทต่อปี ถือเป็นประโยชน์ทางภาษีที่จับต้องได้ทุกปี</li> </ul> <p>ส่วนคำถามที่ว่า “ได้เงินตอนตายแล้วจะเอาไปทำอะไร” ผมอยากให้ลองเปลี่ยนมุมมองใหม่ครับ เงินก้อนนั้นไม่ใช่สำหรับเรา แต่สำหรับ “คนที่เรารัก” ที่ยังอยู่ข้างหลัง มันคือ <strong>“มรดก”</strong> ที่เราเตรียมไว้เพื่อให้แน่ใจว่าพวกเขาจะสามารถใช้ชีวิตต่อไปได้โดยไม่ลำบาก เป็นค่าเทอมของลูก เป็นค่าใช้จ่ายในบ้านของคู่ชีวิต หรือเป็นเงินดูแลพ่อแม่ในยามแก่เฒ่า มันคือการแสดงความรับผิดชอบและความรักครั้งสุดท้ายที่ทรงพลังที่สุดที่เราจะมอบให้พวกเขาได้</p> <h2>ความเข้าใจผิดที่ 5: ขั้นตอนยุ่งยาก ตัวแทนชอบตื๊อ ไม่น่าไว้ใจ</h2> <h3>ความเชื่อ: “ไม่อยากคุยกับตัวแทน กลัวโดนหลอกขายของที่ไม่จำเป็น” หรือ “เห็นเอกสารแล้วท้อ ตัวหนังสือเยอะแยะไปหมด”</h3> <h3>ความจริง: การเลือก “ที่ปรึกษาการเงิน” ที่ดีและไว้ใจได้ คือหัวใจสำคัญที่สุด</h3> <p>ผมเข้าใจและยอมรับว่าในอดีตภาพลักษณ์ของตัวแทนประกันอาจไม่ค่อยดีนัก แต่ปัจจุบันวงการนี้ได้พัฒนาไปมากแล้วครับ คนที่ทำหน้าที่นี้ในปัจจุบันไม่ได้เป็นเพียง “คนขายประกัน” แต่เป็น <strong>“ที่ปรึกษาการเงิน” (Financial Advisor)</strong> ที่มีความรู้ความสามารถ ผ่านการสอบใบอนุญาต และมีจรรยาบรรณในการทำงาน</p> <p>หน้าที่ของที่ปรึกษาการเงินที่ดี ไม่ใช่การยัดเยียดขายสินค้า แต่คือการ “รับฟัง” และ “ตั้งคำถาม” เพื่อให้เข้าใจเป้าหมายทางการเงิน ความกังวล และสถานะทางการเงินของลูกค้าอย่างถ่องแท้ ก่อนที่จะนำเสนอแนวทางแก้ไขที่เหมาะสมกับบุคคลนั้นๆ จริงๆ การเลือกที่ปรึกษาที่น่าเชื่อถือจึงเป็นสิ่งสำคัญมากครับ ลองพิจารณาจากคุณสมบัติต่างๆ เช่น การมีใบอนุญาตที่ถูกต้อง (เช่น AFPT™, CFP®), การให้ข้อมูลที่รอบด้านทั้งข้อดีข้อเสีย, และการไม่กดดันให้ลูกค้าตัดสินใจ</p> <p>ในฐานะที่ปรึกษาการเงิน AFPT™ และตัวแทนของพรูเด็นเชียล ประกันชีวิต ผมยึดมั่นในหลักการที่ว่าประโยชน์ของลูกค้าต้องมาก่อนเสมอ ผมมองว่าตัวเองเป็น “เพื่อนคู่คิดทางการเงิน” ที่พร้อมจะให้ความรู้และช่วยลูกค้าวางแผนเพื่อไปให้ถึงเป้าหมายที่ต้องการ ส่วนเรื่องขั้นตอนที่ยุ่งยากนั้น ปัจจุบันเทคโนโลยีทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้นมากครับ เราสามารถทำประกันผ่านช่องทางออนไลน์ ส่งเอกสารแบบดิจิทัล และรับกรมธรรม์ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Policy) ได้แล้ว สะดวกและรวดเร็วกว่าเดิมเยอะครับ</p> <h2>สรุป: เปลี่ยนความเข้าใจผิด ให้เป็นโอกาสสร้างความมั่นคง</h2> <p>จาก 5 ความเข้าใจผิดที่เราได้หักล้างกันไป จะเห็นได้ว่าประกันชีวิตไม่ใช่เรื่องไกลตัว น่ากลัว หรือไม่คุ้มค่าอย่างที่หลายคนเคยคิด แต่เป็นเครื่องมือทางการเงินที่ทรงพลังและจำเป็นอย่างยิ่งในโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน มันคือรากฐานของพีระมิดทางการเงินที่ช่วยปกป้องทุกเป้าหมายในชีวิตของเรา ไม่ว่าจะเป็นการลงทุน การเก็บเงินเพื่อลูก หรือการวางแผนเกษียณ</p> <p>อย่าปล่อยให้ความเชื่อผิดๆ มาปิดกั้นโอกาสในการสร้างความมั่นคงให้กับตัวคุณและครอบครัวเลยครับ การเริ่มต้นตั้งแต่วันนี้ที่คุณยังมีสุขภาพดีและมีเวลา คือการตัดสินใจที่ชาญฉลาดที่สุด</p> <h2>ปรึกษาฟรี! ไม่มีข้อผูกมัด กับเพื่อนคู่คิดทางการเงินของคุณ</h2> <p>หากคุณอ่านมาถึงตรงนี้และยังมีข้อสงสัย หรือต้องการคำแนะนำในการวางแผนการเงินและประกันชีวิตที่ออกแบบมาเพื่อคุณโดยเฉพาะ ผม <strong>พ.ต.ท.วิศรุตภูมิ ชูประยูร, M.Pol.Sc., AFPT™</strong> ที่ปรึกษาการเงินและตัวแทนประกันชีวิต พรูเด็นเชียล ประกันชีวิต (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ยินดีให้คำปรึกษาอย่างเต็มที่ โดยไม่มีข้อผูกมัดใดๆ ครับ</p> <p>เรามาเปลี่ยนความกังวลของคุณให้เป็นแผนการที่ชัดเจนและจับต้องได้กันนะครับ</p> <p><strong>ติดต่อพูดคุยกับผมได้โดยตรงที่:</strong> <ul> <li><strong>LINE ID:</strong> smart_66</li> <li><strong>โทร:</strong> 063-661-6699</li> </ul> </p> <p><em>“เพราะการวางแผนที่ดีที่สุด คือการลงมือทำตั้งแต่วันนี้”</em></p>

Enjoyed this article? Share it with friends!

Help spread useful knowledge to those around you

Pol.Lt.Col. Wisarutpoom Chooprayoon, M.Pol.Sc., AFPT™

AFPT™ Financial Advisor | Investment Planner

Over 10 years of experience in financial planning, life insurance, and investment with full licenses from regulatory bodies.

Need more consultation?

Free financial planning! No cost, just plan through our selected partner platforms.

Related Articles

ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ vs ตลอดชีพ: เลือกแบบไหนให้ตอบโจทย์ชีวิตคุณ?

สงสัยไหมว่าประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์กับตลอดชีพต่างกันยังไง? บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจความแตกต่าง ข้อดีข้อเสีย และช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกประกันที่เหมาะกับเป้าหมายทางการเงินของคุณมากที่สุด

16 กุมภาพันธ์ 256935 views13 min
ประกันชีวิตแบบไหนเหมาะกับคุณ? คู่มือเลือกประกันฉบับสมบูรณ์ 2568

ประกันชีวิตแบบไหนเหมาะกับคุณ? คู่มือเลือกประกันฉบับสมบูรณ์ 2568

เรียนรู้ประกันชีวิต 4 ประเภทหลัก พร้อมวิธีเลือกประกันที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์และเป้าหมายทางการเงินของคุณ

5 กุมภาพันธ์ 256948 views12 min
ประกันชีวิตแบบไหนเหมาะกับคุณ? เปรียบเทียบ 5 แบบยอดนิยม

ประกันชีวิตแบบไหนเหมาะกับคุณ? เปรียบเทียบ 5 แบบยอดนิยม

เปรียบเทียบประกันชีวิต 5 แบบยอดนิยม ทั้งแบบตลอดชีพ แบบชั่วระยะเวลา แบบสะสมทรัพย์ แบบบำนาญ และแบบยูนิตลิงค์

2 กุมภาพันธ์ 2569455 views6 min

Smart | SmartNexus

Online · Reply within 5 min

Hello! I'm Lt.Col. Wisarutpoom (Smart), AFPT™ Financial Advisor. Free consultation available! 😊

Choose a topic

LINE: @413gbyal · Daily 08:00-22:00 · Free consultation

เราใช้ Cookie เพื่อพัฒนาประสบการณ์ของคุณ

เว็บไซต์นี้ใช้ Cookie เพื่อวิเคราะห์การเข้าชมและปรับปรุงบริการ ตาม นโยบายความเป็นส่วนตัว และ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)