Home/Articles/คนโสดต้องมีประกันไหม? คำตอบที่อาจเปลี่ยนความคิดคุณ

คนโสดต้องมีประกันไหม? คำตอบที่อาจเปลี่ยนความคิดคุณ

Pol.Lt.Col. Wisarutpoom Chooprayoon1 กุมภาพันธ์ 2569342 views25 min read
คนโสดต้องมีประกันไหม? คำตอบที่อาจเปลี่ยนความคิดคุณ
<h2>ทลายกำแพงความคิด “โสดแล้วประกันไม่จำเป็น”</h2> <p>“ผมโสด ไม่มีภาระ ไม่ต้องเลี้ยงดูใคร ทำประกันไปทำไม?”</p> <p>ผมมั่นใจว่านี่คือความคิดที่เคยผ่านเข้ามาในหัวของใครหลายๆ คน โดยเฉพาะชาวโสดที่กำลังสนุกกับการใช้ชีวิต ทำงานหาเงินเก่ง ใช้เงินปรนเปรอตัวเองได้อย่างเต็มที่ การทำประกันดูเหมือนจะเป็นเรื่องไกลตัวและไม่จำเป็น เพราะไม่มี “คนข้างหลัง” ให้ต้องเป็นห่วง แต่ผมในฐานะที่ปรึกษาการเงิน AFPT™ ขอบอกเลยว่า...บทความนี้อาจจะเปลี่ยนความคิดของคุณไปตลอดกาลครับ</p> <p>เรามักถูกปลูกฝังว่าประกันชีวิตมีไว้สำหรับคนมีครอบครัว มีไว้เป็นมรดกให้ลูกหลาน หรือเป็นหลักประกันให้คู่ชีวิต ซึ่งก็เป็นความจริงส่วนหนึ่งครับ แต่ในโลกที่หมุนเร็วและเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน การมองว่าประกันเป็นเรื่องของ “คนอื่น” ถือเป็นความเสี่ยงอย่างยิ่ง โดยเฉพาะสำหรับ “คนโสด” ที่ต้องยืนหยัดด้วยขาของตัวเองแบบ 100%</p> <h2>ทำไมคนโสดถึงมองข้ามประกัน? 3 ความเชื่อผิดๆ ที่ต้องทบทวน</h2> <p>จากการที่ได้พูดคุยกับคนโสดหลายๆ ท่าน ผมพอจะสรุป “ความเชื่อ” ที่ทำให้พวกเขาและเธอเมินประกันได้เป็น 3 ข้อหลักๆ ซึ่งผมอยากจะขอทบทวนความเชื่อเหล่านี้ไปพร้อมๆ กันครับ</p> <h3>ความเชื่อที่ 1: “ไม่มีคนข้างหลังให้ห่วงใย”</h3> <p>จริงครับที่คุณอาจจะไม่มีลูกหรือคู่ชีวิตที่ต้องรับผิดชอบทางการเงิน แต่คุณลืมคนสำคัญที่สุดในชีวิตไปหรือเปล่าครับ? ...ใช่แล้วครับ <strong>“ตัวคุณเอง”</strong> นั่นแหละคือคนที่สำคัญที่สุดและเป็นคนที่คุณต้องดูแลไปตลอดชีวิต การไม่มีใครให้ห่วง ไม่ได้หมายความว่าคุณจะไม่มีวันป่วยหรือประสบอุบัติเหตุ และเมื่อวันนั้นมาถึง คนที่ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดก็คือตัวคุณเองไม่ใช่ใครอื่น</p> <h3>ความเชื่อที่ 2: “ฉันยังหนุ่ม/สาว แข็งแรงดี”</h3> <p>ความหนุ่มสาวและความแข็งแรงเป็นสิ่งที่ดีครับ แต่มันไม่ใช่เกราะป้องกันจากอุบัติเหตุหรือโรคร้ายที่อาจมาเยือนโดยไม่คาดฝัน สถิติมากมายชี้ให้เห็นว่าคนอายุน้อยก็สามารถป่วยเป็นโรคร้ายแรงได้ และอุบัติเหตุก็ไม่เคยเลือกอายุหรือเพศของผู้ประสบภัย การคิดว่า “เดี๋ยวค่อยทำตอนแก่” อาจจะสายเกินไป เพราะเมื่อสุขภาพไม่ดีแล้ว การทำประกันจะยากขึ้น เบี้ยประกันแพงขึ้น หรืออาจจะถูกปฏิเสธการรับประกันไปเลยก็ได้</p> <h3>ความเชื่อที่ 3: “เก็บเงินสดไว้ดีกว่า เผื่อฉุกเฉิน”</h3> <p>นี่เป็นความเชื่อที่อันตรายที่สุดข้อหนึ่งเลยครับ การมีเงินเก็บเป็นเรื่องที่ดีและจำเป็นอย่างยิ่ง แต่คุณทราบหรือไม่ว่าอัตราเงินเฟ้อของค่ารักษาพยาบาลนั้นสูงกว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปมาก? ผลสำรวจ Global Medical Trends คาดการณ์ว่าในปี 2568 อัตราค่ารักษาพยาบาลของไทยจะพุ่งสูงขึ้นถึง <strong>14.2%</strong> [1] ซึ่งสวนทางกับอัตราเงินเฟ้อทั่วไปที่อาจจะอยู่แค่ 2-3% เท่านั้น หมายความว่าเงินเก็บของคุณจะมีมูลค่าลดลงอย่างรวดเร็วเมื่อเทียบกับค่ารักษาพยาบาลที่เพิ่มขึ้นทุกปี เงินเก็บหลักแสนหรือหลักล้านที่คุณคิดว่า “เยอะแล้ว” อาจจะหมดไปกับการรักษาเพียงครั้งเดียวก็ได้ครับ</p> <h2>ความจริงที่น่าเจ็บปวด: 3 ภัยมืดที่คนโสดต้องเจอคนเดียว</h2> <p>เมื่อไม่มีหลักประกันใดๆ รองรับ คนโสดจะต้องเผชิญหน้ากับความเสี่ยงทางการเงินที่อาจเข้ามาทำลายชีวิตที่สร้างมาด้วยตัวคนเดียว ลองมาดู 3 ภัยมืดที่น่ากลัวที่สุดกันครับ</p> <h3>ภัยมืดที่ 1: ค่ารักษาพยาบาลมหาโหดที่ไม่ได้ “โสด” ตามคุณ</h3> <p>อย่างที่กล่าวไปข้างต้น ค่ารักษาพยาบาลในโรงพยาบาลเอกชนนั้นสูงจนน่าตกใจ ลองดูตัวอย่างค่าใช้จ่ายโดยประมาณกันครับ:</p> <ul> <li><strong>ผ่าตัดไส้ติ่ง:</strong> 80,000 - 150,000 บาท</li> <li><strong>ทำบอลลูนหัวใจ:</strong> 300,000 - 800,000 บาท</li> <li><strong>รักษามะเร็ง (เคมีบำบัด/ฉายรังสี):</strong> อาจสูงถึงหลักล้านบาท</li> </ul> <p>ตัวเลขเหล่านี้คือค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นได้จริง และหากคุณไม่มีประกันสุขภาพรองรับ เงินเก็บทั้งชีวิตของคุณอาจต้องถูกนำมาจ่ายเป็นค่ารักษาพยาบาลจนหมดสิ้น</p> <h3>ภัยมืดที่ 2: โรคร้ายแรง...เมื่อร่างกายทรยศในวันที่ไม่มีใคร</h3> <p>โรคร้ายแรงอย่าง มะเร็ง, โรคหลอดเลือดสมอง, หรือโรคหัวใจขาดเลือด เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของคนไทยมาโดยตลอด [2] ผลกระทบของมันไม่ได้หยุดอยู่แค่ค่ารักษาพยาบาล แต่ยังหมายถึง <strong>“รายได้ที่หายไป”</strong> ในช่วงเวลาที่คุณต้องพักฟื้นร่างกายเป็นเวลาหลายเดือนหรืออาจจะเป็นปี คำถามคือ ในช่วงเวลาที่ไม่มีรายได้เข้ามาเลย คุณจะเอาเงินที่ไหนมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน? ใครจะมาช่วยผ่อนบ้าน ผ่อนรถ หรือจ่ายบิลต่างๆ แทนคุณ?</p> <h3>ภัยมืดที่ 3: ทุพพลภาพ...ภาระที่เราไม่ได้อยากเป็น</h3> <p>ไม่มีใครอยากเป็นภาระของคนอื่น โดยเฉพาะพ่อแม่ที่แก่ชราลงทุกวัน แต่อุบัติเหตุรุนแรงที่ทำให้เราต้องกลายเป็นคนทุพพลภาพถาวร สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน หากวันหนึ่งคุณไม่สามารถทำงานหาเลี้ยงชีพได้อีกต่อไป คุณจะทำอย่างไร? คุณมีเงินสำรองพอที่จะดูแลตัวเองไปตลอดชีวิตโดยไม่ต้องทำงานหรือไม่? หรือคุณจะต้องยอมลดคุณภาพชีวิตลงและพึ่งพาความช่วยเหลือจากคนรอบข้าง? นี่คือความจริงที่เจ็บปวดแต่เราต้องกล้ามองให้เห็นครับ</p> <h2>Case Study: เรื่องจริง (สมมติ) ของ “คุณบี” กราฟิกดีไซเนอร์ฟรีแลนซ์วัย 35</h2> <p>เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น ผมอยากจะเล่าเรื่องของคุณบี (นามสมมติ) กราฟิกดีไซเนอร์ฟรีแลนซ์วัย 35 ปี เธอเป็นตัวแทนของคนโสดยุคใหม่ที่ประสบความสำเร็จในชีวิต เธอทำงานเก่ง มีรายได้ดี มีคอนโดเป็นของตัวเอง มีเงินเก็บส่วนหนึ่ง และมีความสุขกับการเดินทางท่องเที่ยวและใช้ชีวิตในแบบที่เธอต้องการ คุณบีมักจะพูดเสมอว่า “ประกันยังไม่จำเป็นสำหรับเราหรอก เก็บเงินไว้ลงทุนดีกว่า”</p> <p>แต่แล้ววันหนึ่ง จุดเปลี่ยนของชีวิตก็มาถึง... คุณบีเริ่มมีอาการปวดหัวบ่อยครั้งและรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนตัดสินใจไปตรวจสุขภาพอย่างละเอียด ผลปรากฏว่าเธอมีเนื้องอกในสมอง แม้จะไม่ใช่เนื้อร้าย แต่ก็จำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดโดยด่วน</p> <p>วิกฤตการณ์ทางการเงินเริ่มต้นขึ้นทันที ค่าผ่าตัดและค่าห้องพักฟื้นในโรงพยาบาลเอกชนที่คุณบีเลือกใช้บริการนั้นสูงเกือบ 800,000 บาท เธอต้องหยุดงานไปนานเกือบ 5 เดือนเพื่อพักฟื้นร่างกาย ทำให้ขาดรายได้ไปโดยสิ้นเชิง เงินเก็บที่เธอวางแผนไว้ว่าจะนำไปลงทุนและเดินทางท่องเที่ยวรอบโลก หายวับไปกับค่ารักษาพยาบาลในพริบตา หนำซ้ำเธอยังต้องรบกวนเงินเก็บของพ่อแม่ที่อยู่ในวัยเกษียณมาใช้จ่ายในช่วงที่ขาดรายได้อีกด้วย</p> <p>“ถ้าวันนั้นฉันยอมแบ่งเงินแค่ส่วนเล็กๆ มาทำประกันสุขภาพกับประกันโรคร้ายแรงไว้ ชีวิตฉันคงไม่พังลงขนาดนี้” นี่คือสิ่งที่คุณบีพูดกับผมด้วยความเสียใจ เธอได้เรียนรู้บทเรียนราคาแพงว่า <em>ความแน่นอนคือความไม่แน่นอน</em> และการมีแผนสำรองทางการเงินนั้นสำคัญกว่าที่คิดไว้มาก</p> <h2>สร้าง “เกราะ” ป้องกันให้ตัวเอง: 3 ประกันที่คนโสดต้องมี</h2> <p>เรื่องราวของคุณบีเป็นอุทาหรณ์ชั้นดีครับ การป้องกันย่อมดีกว่าการแก้ไขเสมอ สำหรับคนโสด การสร้าง “เกราะ” ทางการเงินให้ตัวเองนั้นเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง และนี่คือ 3 เกราะป้องกันที่ผมแนะนำว่าคนโสดทุกคนต้องมีครับ</p> <h3>เกราะชั้นที่ 1: ประกันสุขภาพ (Health Insurance)</h3> <p>นี่คือเกราะด่านแรกและสำคัญที่สุดครับ ประกันสุขภาพทำหน้าที่เหมือน “กระเป๋าเงินสำรอง” สำหรับค่ารักษาพยาบาล ไม่ว่าจะเป็นค่าห้อง ค่ายา ค่าแพทย์ หรือค่าผ่าตัด ทั้งในฐานะผู้ป่วยใน (IPD) และผู้ป่วยนอก (OPD) แทนที่คุณจะต้องควักเงินเก็บจ่ายเองทั้งหมด ก็มีบริษัทประกันมาช่วย “หาร” ค่าใช้จ่ายเหล่านี้ ทำให้คุณสามารถเข้าถึงการรักษาที่ดีได้อย่างสบายใจ <strong>วิธีการเลือก:</strong> ผมแนะนำให้เลือกแผนประกันสุขภาพแบบ “เหมาจ่าย” ที่มีวงเงินความคุ้มครองสูงๆ (หลักล้านขึ้นไป) และครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอก เพื่อความอุ่นใจสูงสุดครับ</p> <h3>เกราะชั้นที่ 2: ประกันโรคร้ายแรง (Critical Illness Insurance)</h3> <p>เกราะชั้นที่สองนี้จะทำงานแตกต่างออกไปครับ ประกันโรคร้ายแรงจะจ่ายเงินก้อน (Lump Sum) ให้กับคุณทันทีที่ตรวจพบโรคร้ายแรงตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ หรือที่เรียกกันว่า “เจอ-จ่าย-จบ” เงินก้อนนี้ไม่ได้มีไว้สำหรับจ่ายค่ารักษาพยาบาลเพียงอย่างเดียว แต่คุณสามารถนำไปใช้ได้อย่างอิสระเพื่อ: </p> <ul> <li><strong>ชดเชยรายได้ที่ขาดหายไป</strong> ในช่วงที่ต้องพักฟื้น</li> <li>เป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปพบแพทย์</li> <li>จ้างพยาบาลหรือคนมาดูแลเป็นพิเศษ</li> <li>ปรับปรุงที่อยู่อาศัยให้เหมาะสมกับสภาพร่างกาย</li> <li>หรือแม้แต่ใช้หนี้สินต่างๆ เพื่อลดภาระทางการเงิน</li> </ul> <h3>เกราะชั้นที่ 3: ประกันชดเชยรายได้ และ/หรือ ประกันทุพพลภาพ</h3> <p>เกราะชั้นสุดท้ายนี้เปรียบเสมือน “ตาข่ายนิรภัย” ที่จะช่วยปกป้องกระแสเงินสดของคุณ ประกันชดเชยรายได้จะจ่ายเงินให้คุณเป็นรายวันตามจำนวนวันที่คุณต้องนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาล ส่วนประกันทุพพลภาพจะจ่ายเงินก้อนหรือจ่ายเป็นรายเดือนให้ในกรณีที่คุณประสบอุบัติเหตุหรือเจ็บป่วยจนไม่สามารถกลับไปทำงานเดิมได้อีกต่อไป เกราะชั้นนี้จะช่วยให้คุณยังคงมีเงินใช้จ่ายในชีวิตประจำวันและรักษามาตรฐานการใช้ชีวิตไว้ได้ แม้ในวันที่คุณไม่สามารถทำงานหาเงินได้เหมือนเดิม</p> <h2>ไม่ใช่ “ภาระ” แต่คือ “ความรักตัวเอง”</h2> <p>ผมอยากให้ทุกคนลองเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการทำประกันครับ มันไม่ใช่ “ภาระ” หรือการจ่ายเงินทิ้งไปโดยเปล่าประโยชน์ แต่มันคือการแสดงออกถึง <strong>“ความรักตัวเอง”</strong> และ <strong>“ความรับผิดชอบต่อตัวเอง”</strong> ในระดับสูงสุด</p> <p>การทำประกันคือการซื้อ “ความสบายใจ” และ “การันตี” ว่าไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในอนาคต คุณจะสามารถดูแลตัวเองได้เป็นอย่างดี มีเงินรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลที่ดีที่สุด และที่สำคัญคือจะไม่สร้างภาระให้กับใคร โดยเฉพาะคุณพ่อคุณแม่ที่เลี้ยงดูเรามาทั้งชีวิต การที่เราสามารถจัดการความเสี่ยงของตัวเองได้ คือของขวัญที่ดีที่สุดที่เราจะมอบให้ท่านได้ครับ</p> <h2>สรุปและบทส่งท้าย: ถึงเวลาแล้วที่คนโสดต้องเปลี่ยนความคิด</h2> <p>ชีวิตโสดคือชีวิตที่มีอิสระและเต็มไปด้วยสีสัน แต่ภายใต้อิสรภาพนั้นก็มีความเสี่ยงซ่อนอยู่ การเพิกเฉยต่อความเสี่ยงเหล่านั้นโดยหวังว่า “คงไม่เกิดกับเรา” ก็ไม่ต่างอะไรกับการเดินข้ามถนนโดยไม่มองซ้ายมองขวาครับ</p> <p>การทำประกันไม่ใช่การแช่งตัวเอง แต่คือการวางแผนอย่างชาญฉลาดเพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนของชีวิต มันคือเครื่องมือบริหารความเสี่ยงที่ดีที่สุดที่จะช่วยปกป้องเงินเก็บ ปกป้องรายได้ และปกป้องอนาคตที่คุณวาดฝันไว้ อย่ารอให้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นก่อนแล้วค่อยมาพูดว่า “รู้อย่างนี้...” เลยครับ</p> <p><strong>สำหรับชาวโสดทุกท่านที่อ่านมาถึงตรงนี้ ผมขอเชิญชวนให้ท่านลองเปิดใจศึกษาและวางแผนการเงินและประกันที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์และความต้องการของคุณดูนะครับ การปรึกษาไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้นครับ</strong></p> <p><strong>ติดต่อเพื่อขอรับคำปรึกษาได้ที่:</strong><br> พ.ต.ท.วิศรุตภูมิ ชูประยูร, M.Pol.Sc., AFPT™<br> ที่ปรึกษาการเงินและตัวแทนประกันชีวิต Prudential<br> <strong>LINE ID:</strong> smart_66<br> <strong>โทร:</strong> 063-661-6699</p> <hr> <p><em>อ้างอิง:</em><br> [1] Bangkok Business News. (2567). ค่าใช้จ่ายสุขภาพโตแซงGDP ถึงเวลาปฏิรูปหลักประกันสุขภาพ(รัฐ). สืบค้นจาก https://www.bangkokbiznews.com/health/public-health/1182646<br> [2] Chubb Thailand. (ม.ป.ป.). 7 โรคร้ายแรงที่คนไทยเป็นเยอะที่สุด เช็กให้ชัวร์ว่าคุณเสี่ยงหรือไม่. สืบค้นจาก https://www.chubb.com/th-th/articles/personal/7-deadly-diseases-common-in-thailand-check-your-risk.html</p>

Enjoyed this article? Share it with friends!

Help spread useful knowledge to those around you

Pol.Lt.Col. Wisarutpoom Chooprayoon, M.Pol.Sc., AFPT™

AFPT™ Financial Advisor | Investment Planner

Over 10 years of experience in financial planning, life insurance, and investment with full licenses from regulatory bodies.

Need more consultation?

Free financial planning! No cost, just plan through our selected partner platforms.

Related Articles

ทำไมต้องมีนักวางแผนการเงิน? 5 เหตุผลที่คุณควรมีที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว

ทำไมต้องมีนักวางแผนการเงิน? 5 เหตุผลที่คุณควรมีที่ปรึกษาการเงินส่วนตัว

เปิด 5 เหตุผลที่ทำไมการมีนักวางแผนการเงินมืออาชีพ (CFP/AFPT) ถึงสำคัญ ตั้งแต่ความเชี่ยวชาญ จรรยาบรรณ ไปจนถึงแผนการเงินครบวงจร

26 เมษายน 25690 views6 min
5 ขั้นตอนวางแผนการเงินสำหรับมือใหม่ เริ่มต้นง่ายกว่าที่คิด

5 ขั้นตอนวางแผนการเงินสำหรับมือใหม่ เริ่มต้นง่ายกว่าที่คิด

เริ่มต้นวางแผนการเงินไม่ยากอย่างที่คิด 5 ขั้นตอนง่ายๆ ตั้งแต่สำรวจสถานะการเงิน ตั้งเป้าหมาย แบ่งเงิน ลงทุน จนถึงทบทวนแผน

26 เมษายน 25690 views7 min

วางแผนเกษียณอายุ 60 ต้องมีเงินเท่าไหร่? คำนวณจริงพร้อมสูตร

คำนวณเงินที่ต้องมีเมื่อเกษียณอายุ 60 ปี พร้อมสูตรคำนวณจริง คำนึงถึงเงินเฟ้อ ค่ารักษาพยาบาล และวิธีเตรียมตัวตั้งแต่วันนี้

14 เมษายน 256914 views6 min

Smart | SmartNexus

Online · Reply within 5 min

Hello! I'm Lt.Col. Wisarutpoom (Smart), AFPT™ Financial Advisor. Free consultation available! 😊

Choose a topic

LINE: @413gbyal · Daily 08:00-22:00 · Free consultation

เราใช้ Cookie เพื่อพัฒนาประสบการณ์ของคุณ

เว็บไซต์นี้ใช้ Cookie เพื่อวิเคราะห์การเข้าชมและปรับปรุงบริการ ตาม นโยบายความเป็นส่วนตัว และ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)