Home/Articles/RMF กับ SSF ต่างกันอย่างไร? เปรียบเทียบกองทุนลดหย่อนภาษี 2569

RMF กับ SSF ต่างกันอย่างไร? เปรียบเทียบกองทุนลดหย่อนภาษี 2569

Pol.Lt.Col. Wisarutpoom Chooprayoon14 เมษายน 25697 views6 min read
<h2>RMF และ SSF คืออะไร?</h2> <p><strong>RMF (Retirement Mutual Fund)</strong> หรือกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ เป็นกองทุนที่ออกแบบมาเพื่อการออมเงินระยะยาวสำหรับวัยเกษียณ โดยเฉพาะ ส่วน <strong>SSF (Super Savings Fund)</strong> หรือกองทุนรวมเพื่อการออม เป็นกองทุนที่ส่งเสริมการออมระยะยาว ทั้งสองประเภทสามารถนำไปลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้</p> <h2>เปรียบเทียบ RMF กับ SSF</h2> <table> <thead><tr><th>เงื่อนไข</th><th>RMF</th><th>SSF</th></tr></thead> <tbody> <tr><td>วงเงินลดหย่อน</td><td>สูงสุด 30% ของรายได้ ไม่เกิน 500,000 บาท</td><td>สูงสุด 30% ของรายได้ ไม่เกิน 200,000 บาท</td></tr> <tr><td>เพดานรวม</td><td>รวมกับ SSF, PVD, กบข., ประกันบำนาญ ไม่เกิน 500,000 บาท</td><td>รวมกับ RMF, PVD, กบข., ประกันบำนาญ ไม่เกิน 500,000 บาท</td></tr> <tr><td>ลงทุนขั้นต่ำ</td><td>ไม่มีขั้นต่ำ (ยกเลิกเงื่อนไข 5,000 บาท/ปี)</td><td>ไม่มีขั้นต่ำ</td></tr> <tr><td>ต้องซื้อต่อเนื่อง</td><td>ต้องซื้อทุกปี (เว้นได้ไม่เกิน 1 ปี)</td><td>ไม่ต้องซื้อต่อเนื่อง</td></tr> <tr><td>ระยะเวลาถือ</td><td>ถึงอายุ 55 ปี + ถือครบ 5 ปี</td><td>ถือครบ 10 ปี นับจากวันซื้อ</td></tr> <tr><td>ประเภทกองทุน</td><td>หลากหลาย (หุ้น ตราสารหนี้ ผสม ทองคำ ต่างประเทศ)</td><td>หลากหลาย (หุ้น ตราสารหนี้ ผสม ทองคำ ต่างประเทศ)</td></tr> <tr><td>เหมาะกับ</td><td>ออมเพื่อเกษียณ อายุ 40+ ปี</td><td>ออมระยะยาว ทุกช่วงอายุ</td></tr> </tbody> </table> <h2>คำนวณภาษีที่ประหยัดได้</h2> <p>สมมติคุณมีเงินได้สุทธิ (หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนอื่นๆ) 500,000 บาท อัตราภาษีสูงสุดอยู่ที่ 20% หากซื้อ SSF 200,000 บาท จะประหยัดภาษีได้ประมาณ <strong>35,000 บาท</strong> และหากซื้อ RMF เพิ่มอีก 150,000 บาท จะประหยัดภาษีได้อีกประมาณ <strong>22,500 บาท</strong> รวมประหยัดได้ถึง <strong>57,500 บาท</strong></p> <h2>ซื้อ RMF หรือ SSF ก่อนดี?</h2> <p>หากคุณ <strong>อายุน้อยกว่า 45 ปี</strong> และยังไม่แน่ใจว่าจะซื้อต่อเนื่องได้ทุกปีหรือไม่ แนะนำให้เริ่มจาก SSF ก่อน เพราะไม่มีเงื่อนไขต้องซื้อต่อเนื่อง แค่ถือครบ 10 ปีก็ขายคืนได้</p> <p>หากคุณ <strong>อายุ 45 ปีขึ้นไป</strong> และต้องการออมเพื่อเกษียณโดยเฉพาะ RMF อาจเหมาะกว่า เพราะวงเงินลดหย่อนสูงกว่า (500,000 บาท เทียบกับ 200,000 บาท) และจะครบกำหนดเมื่ออายุ 55 ปี</p> <h2>กลยุทธ์ซื้อทั้ง RMF และ SSF</h2> <p>สำหรับผู้ที่มีรายได้สูงและต้องการลดหย่อนภาษีสูงสุด สามารถซื้อทั้ง SSF และ RMF ควบคู่กัน โดยเริ่มจาก SSF 200,000 บาท แล้วเติม RMF อีก 300,000 บาท รวมเป็น 500,000 บาท (เพดานสูงสุด) จะประหยัดภาษีได้สูงสุดตามอัตราภาษีของแต่ละคน</p>

Enjoyed this article? Share it with friends!

Help spread useful knowledge to those around you

Pol.Lt.Col. Wisarutpoom Chooprayoon, M.Pol.Sc., AFPT™

AFPT™ Financial Advisor | Investment Planner

Over 10 years of experience in financial planning, life insurance, and investment with full licenses from regulatory bodies.

Need more consultation?

Free financial planning! No cost, just plan through our selected partner platforms.

Related Articles

ประกันชีวิตลดหย่อนภาษีได้เท่าไหร่? สิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ต้องรู้ 2569

สรุปสิทธิลดหย่อนภาษีจากประกันชีวิตทุกประเภท ประกันชีวิตทั่วไป ประกันบำนาญ ประกันสุขภาพ Unit-Linked ลดหย่อนได้เท่าไหร่ เงื่อนไขอะไรบ้าง

14 เมษายน 25697 views7 min

ค่าลดหย่อนภาษีที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้: อย่าปล่อยให้โอกาสดีๆ หลุดมือ!

รู้หรือไม่ว่ามีค่าลดหย่อนภาษีหลายรายการที่เรามักมองข้ามไป ทำให้เสียโอกาสในการประหยัดภาษี บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกค่าลดหย่อนที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน เพื่อให้คุณวางแผนภาษีได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

16 กุมภาพันธ์ 256929 views8 min

วางแผนภาษีสิ้นปี 2569 สำหรับพนักงาน: ลดหย่อนให้คุ้มค่า

ใกล้สิ้นปี 2569 แล้ว พนักงานเงินเดือนอย่างเรา ๆ มาดูกันว่ามีอะไรที่เราจะใช้ลดหย่อนภาษีได้บ้าง เพื่อให้เสียภาษีน้อยลงและใช้เงินได้อย่างคุ้มค่าที่สุด

16 กุมภาพันธ์ 256929 views11 min

Smart | SmartNexus

Online · Reply within 5 min

Hello! I'm Lt.Col. Wisarutpoom (Smart), AFPT™ Financial Advisor. Free consultation available! 😊

Choose a topic

LINE: @413gbyal · Daily 08:00-22:00 · Free consultation

เราใช้ Cookie เพื่อพัฒนาประสบการณ์ของคุณ

เว็บไซต์นี้ใช้ Cookie เพื่อวิเคราะห์การเข้าชมและปรับปรุงบริการ ตาม นโยบายความเป็นส่วนตัว และ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)