Home/Articles/ลดหย่อนภาษีด้วยประกันและกองทุน: เทคนิคที่มนุษย์เงินเดือนต้องรู้

ลดหย่อนภาษีด้วยประกันและกองทุน: เทคนิคที่มนุษย์เงินเดือนต้องรู้

Pol.Lt.Col. Wisarutpoom Chooprayoon24 มกราคม 2569290 views29 min read
ลดหย่อนภาษีด้วยประกันและกองทุน: เทคนิคที่มนุษย์เงินเดือนต้องรู้
<h2>มนุษย์เงินเดือนจ๋า... สิ้นปีทีไร ทำไมปวดใจเรื่องภาษี?</h2> <p>เสียงนาฬิกาติ๊กต่อกๆ ไม่ได้บอกแค่ว่าเวลาใกล้จะหมดไปอีกปี แต่มันยังเป็นสัญญาณเตือนให้ชาวมนุษย์เงินเดือนอย่างเราๆ ต้องเริ่มใจสั่นกับภาระที่ชื่อว่า <strong>“ภาษี”</strong> กันอีกแล้วใช่ไหมครับ? หลายคนพอเห็นตัวเลขที่ต้องจ่ายก็ถึงกับอุทานในใจว่า “โอ้โห! นี่ฉันทำงานมาทั้งปีเพื่อเอาเงินมาให้รัฐหมดเลยเหรอเนี่ย?” ความรู้สึกเสียดายเงินก้อนโตที่หามาด้วยน้ำพักน้ำแรงมันช่างเจ็บปวดหัวใจจริงๆ</p> <p>แต่เดี๋ยวก่อนครับ! ใจเย็นๆ... การเสียภาษีเป็นหน้าที่ของพลเมืองที่ดีก็จริง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องยอมจ่ายแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วยเสมอไปนะครับ รู้ไหมว่าภาครัฐเองก็ได้มอบ “สิทธิพิเศษ” ให้กับเราในการลดหย่อนภาษีได้อย่างถูกกฎหมาย ซึ่งคนส่วนใหญ่มักจะมองข้ามหรือใช้ไม่ครบ! การวางแผนภาษีจึงไม่ใช่การ “หนีภาษี” แต่คือการ “ใช้สิทธิ์” ที่เรามีอย่างชาญฉลาดและเต็มประสิทธิภาพที่สุดต่างหาก</p> <p>วันนี้ในฐานะที่ปรึกษาการเงิน ผม “พี่สมาร์ท” จะขอพาทุกคนไปรู้จักกับเรื่องราวของ <strong>“น้องก้อย”</strong> พนักงานออฟฟิศสาววัย 30 ปี ที่เคยปวดหัวกับเรื่องภาษีไม่ต่างจากพวกเรา แต่เธอสามารถเปลี่ยนจากคนที่ต้องจ่ายภาษีหลักหมื่น ให้กลายเป็นคนที่ได้เงินคืน แถมยังมีเงินออมและความคุ้มครองชีวิตเพิ่มขึ้นอีกด้วย! เรื่องราวของเธอจะเป็นอย่างไร และเธอทำได้อย่างไร ตามพี่สมาร์ทมาเลยครับ</p> <h2>ถอดรหัสภาษีมนุษย์เงินเดือน: คำนวณยังไงให้เข้าใจง่าย?</h2> <p>ก่อนที่เราจะไปดูเทคนิคขั้นเทพ เรามาทำความเข้าใจวิธีคำนวณภาษีแบบง่ายๆ กันก่อนครับ สูตรของมันมีอยู่ว่า:</p> <p><strong>(รายได้ทั้งปี - ค่าใช้จ่าย - ค่าลดหย่อน) = เงินได้สุทธิ</strong></p> <p><strong>เงินได้สุทธิ x อัตราภาษี = ภาษีที่ต้องจ่าย</strong></p> <p>ตัวแปรสำคัญที่เปรียบเสมือน “พระเอกขี่ม้าขาว” ของเราในสมการนี้ก็คือ <strong>“ค่าลดหย่อน”</strong> นั่นเองครับ ยิ่งเรามีค่าลดหย่อนมากเท่าไหร่ เงินได้สุทธิของเราก็จะยิ่งน้อยลง และเมื่อนำไปคูณกับอัตราภาษีแบบขั้นบันได ภาษีที่เราต้องจ่ายก็จะลดลงตามไปด้วยนั่นเอง</p> <h3>อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา</h3> <p>เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น ลองดูตารางอัตราภาษีแบบขั้นบันไดกันครับ:</p> <ul> <li>เงินได้สุทธิ 0 - 150,000 บาท: ได้รับการยกเว้น (อัตราภาษี 0%)</li> <li>เงินได้สุทธิ 150,001 - 300,000 บาท: อัตราภาษี 5%</li> <li>เงินได้สุทธิ 300,001 - 500,000 บาท: อัตราภาษี 10%</li> <li>เงินได้สุทธิ 500,001 - 750,000 บาท: อัตราภาษี 15%</li> <li>เงินได้สุทธิ 750,001 - 1,000,000 บาท: อัตราภาษี 20%</li> <li>เงินได้สุทธิ 1,000,001 - 2,000,000 บาท: อัตราภาษี 25%</li> <li>เงินได้สุทธิ 2,000,001 - 5,000,000 บาท: อัตราภาษี 30%</li> <li>เงินได้สุทธิ 5,000,001 บาทขึ้นไป: อัตราภาษี 35%</li> </ul> <p>เห็นไหมครับว่า ยิ่งเงินได้สุทธิเราลดลงจนไปอยู่ในขั้นบันไดที่ต่ำลงเท่าไหร่ เราก็จะยิ่งประหยัดภาษีได้มากขึ้นเท่านั้น!</p> <h2>เปิดคัมภีร์ลดหย่อนภาษี 4 ไอเทมเด็ดที่มนุษย์เงินเดือนต้องมี!</h2> <p>เอาล่ะครับ ถึงเวลาเปิดกล่องสมบัติกันแล้ว! พี่สมาร์ทจะมาแนะนำ 4 ไอเทมลดหย่อนภาษีสุดฮิต ที่ไม่ใช่แค่ช่วยประหยัดเงินในกระเป๋า แต่ยังช่วยสร้างความมั่นคงให้กับอนาคตของเราอีกด้วย</p> <h3>1. ประกันชีวิต: โล่ป้องกันความเสี่ยง พร้อมสิทธิ์ลดหย่อนภาษี</h3> <p>หลายคนอาจจะมองว่าประกันชีวิตเป็นเรื่องของคนแก่หรือคนใกล้ตาย แต่จริงๆ แล้วมันคือเครื่องมือทางการเงินที่ทรงพลังมากครับ! นอกจากจะเป็นหลักประกันให้ครอบครัวในวันที่เราไม่อยู่แล้ว เบี้ยประกันชีวิตที่มีความคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป ยังสามารถนำมา<strong>ลดหย่อนภาษีได้สูงสุดถึง 100,000 บาท</strong>เลยทีเดียว</p> <p><em>เรื่องเล่าจากน้องก้อย:</em> ตอนแรกน้องก้อยก็คิดเหมือนกันว่าตัวเองยังสาว ยังแข็งแรง ไม่จำเป็นต้องมีประกัน แต่พอได้เห็นเคสเพื่อนร่วมงานที่ป่วยกะทันหันแล้วครอบครัวลำบาก เธอก็เริ่มเปลี่ยนความคิด เธอตัดสินใจทำประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ ที่ให้ทั้งความคุ้มครองชีวิตหากเกิดเหตุไม่คาดฝัน และยังมีเงินคืนระหว่างทางบวกกับเงินก้อนเมื่อครบสัญญาด้วย น้องก้อยจ่ายเบี้ยปีละ 50,000 บาท ซึ่งเบี้ยจำนวนนี้ก็กลายมาเป็นค่าลดหย่อนภาษีชั้นดีให้กับเธอครับ</p> <h3>2. ประกันสุขภาพ: เจ็บป่วยไม่ต้องกังวล แถมยังช่วยประหยัดภาษี</h3> <p>“อย่าหาว่าพี่สอนเลยนะ แต่ค่ารักษาพยาบาลสมัยนี้มันแพงจริงๆ” คำพูดติดหูจากโฆษณาที่ไม่เกินจริงเลยแม้แต่น้อย! แค่เป็นไข้เลือดนอนโรงพยาบาลเอกชนไม่กี่คืน บิลค่ารักษาก็อาจจะพุ่งไปแตะหลักแสนได้ง่ายๆ การมีประกันสุขภาพจึงเหมือนมีเกราะป้องกันชั้นดี ที่ช่วยให้เราเข้าถึงการรักษาที่ดีได้โดยไม่ต้องกังวลว่าเงินเก็บทั้งชีวิตจะหายไปกับค่าหมอ</p> <p>ข่าวดีก็คือ เบี้ยประกันสุขภาพสามารถนำมา<strong>ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 25,000 บาท</strong> และเมื่อนำไปรวมกับเบี้ยประกันชีวิตแล้ว จะต้องไม่เกิน 100,000 บาทครับ</p> <h3>3. กองทุนรวม SSF (Super Saving Fund): ออมระยะกลาง สร้างอนาคต ลดภาษีวันนี้</h3> <p>สำหรับใครที่อยากออมเงินระยะกลาง (ประมาณ 10 ปี) เพื่อเป้าหมายในอนาคต เช่น เก็บเงินดาวน์บ้าน ดาวน์รถ หรือเรียนต่อปริญญาโท พร้อมๆ กับการลดหย่อนภาษี SSF คือคำตอบครับ!</p> <p>SSF เป็นกองทุนรวมที่ให้เราเลือกลงทุนในสินทรัพย์ได้หลากหลาย ทั้งหุ้นไทย หุ้นต่างประเทศ ตราสารหนี้ ฯลฯ ตามระดับความเสี่ยงที่เรารับได้ โดยมีเงื่อนไขคือต้องถือหน่วยลงทุนไว้อย่างน้อย 10 ปีเต็ม เราสามารถนำเงินลงทุนใน SSF มา<strong>ลดหย่อนภาษีได้ 30% ของเงินได้ แต่ไม่เกิน 200,000 บาท</strong> และที่สำคัญคือ ไม่บังคับให้ต้องซื้อต่อเนื่องทุกปีด้วยครับ ปีไหนอยากลดหย่อนก็ซื้อ ปีไหนไม่พร้อมก็เว้นได้</p> <h3>4. กองทุนรวม RMF (Retirement Mutual Fund): วางแผนเกษียณสุขใจ แถมได้ลดหย่อนภาษีเต็มๆ</h3> <p>ถ้าเป้าหมายของคุณคือการมีเงินใช้สบายๆ ในวัยเกษียณ RMF คือเพื่อนแท้ของคุณเลยครับ RMF ถูกออกแบบมาเพื่อการออมระยะยาวเพื่อการเกษียณโดยเฉพาะ โดยมีเงื่อนไขว่าเราจะต้องลงทุนต่อเนื่อง (หรือปีเว้นปี) และจะขายคืนได้เมื่ออายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ และลงทุนมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี</p> <p>แม้เงื่อนไขจะดูเข้มงวดกว่า SSF แต่สิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ได้ก็สูงกว่าเช่นกัน โดยเราสามารถนำเงินลงทุนใน RMF มา<strong>ลดหย่อนภาษีได้ 30% ของเงินได้ แต่สูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท</strong> (เมื่อรวมกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD), กบข., ประกันบำนาญ และ SSF)</p> <h2>Case Study: “น้องก้อย” มนุษย์เงินเดือนเงินเดือน 50,000 วางแผนภาษีจนได้เงินคืน!</h2> <p>เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนที่สุด เรามาดูแผนการเงินของน้องก้อยกันครับ</p> <p><strong>สถานการณ์:</strong> น้องก้อย อายุ 30 ปี เป็นพนักงานบริษัทเอกชน เงินเดือน 50,000 บาท (ไม่มีรายได้อื่น) โบนัส 2 เดือน รวมรายได้ทั้งปี 700,000 บาท เธอเป็นโสด ไม่มีภาระเลี้ยงดูใคร ทำให้มีค่าลดหย่อนพื้นฐานแค่ค่าลดหย่อนส่วนตัวและประกันสังคมเท่านั้น</p> <p><strong><u>การคำนวณภาษีแบบเดิม (ก่อนเจอพี่สมาร์ท):</u></strong></p> <ul> <li>รายได้พึงประเมินทั้งปี: 700,000 บาท</li> <li>หัก ค่าใช้จ่าย (50% แต่ไม่เกิน 100,000 บาท): 100,000 บาท</li> <li>หัก ค่าลดหย่อนส่วนตัว: 60,000 บาท</li> <li>หัก เงินสมทบประกันสังคม (สูงสุด): 9,000 บาท</li> <li><strong>เงินได้สุทธิ:</strong> 700,000 - 100,000 - 60,000 - 9,000 = <strong>531,000 บาท</strong></li> <li><strong>คำนวณภาษีที่ต้องจ่าย:</strong> <ul> <li>(150,000 x 0%) = 0 บาท</li> <li>(150,000 x 5%) = 7,500 บาท</li> <li>(200,000 x 10%) = 20,000 บาท</li> <li>(31,000 x 15%) = 4,650 บาท</li> </ul> </li> <li><strong>รวมภาษีที่ต้องจ่าย: 7,500 + 20,000 + 4,650 = 32,150 บาท</strong></li> </ul> <p>น้องก้อยเห็นตัวเลข 32,150 บาทแล้วถึงกับลมจับ! เงินเดือนเกือบทั้งเดือนของเธอต้องหายไปกับภาษี!</p> <p><strong><u>แผนใหม่ที่พี่สมาร์ทแนะนำ:</u></strong></p> <p>พี่สมาร์ทแนะนำให้น้องก้อยใช้ 4 ไอเทมลดหย่อนภาษีให้เป็นประโยชน์ โดยจัดสรรเงินไปลงทุนดังนี้:</p> <ul> <li>ซื้อ<strong>ประกันชีวิต</strong>แบบสะสมทรัพย์: ลดหย่อน <strong>50,000</strong> บาท</li> <li>ซื้อ<strong>ประกันสุขภาพ</strong>: ลดหย่อน <strong>25,000</strong> บาท</li> <li>ซื้อกองทุนรวม <strong>SSF</strong>: ลดหย่อน <strong>50,000</strong> บาท</li> <li>ซื้อกองทุนรวม <strong>RMF</strong>: ลดหย่อน <strong>50,000</strong> บาท</li> <li><strong>รวมค่าลดหย่อนเพิ่ม: 175,000 บาท</strong></li> </ul> <p><strong><u>การคำนวณภาษีใหม่ (หลังวางแผน):</u></strong></p> <ul> <li>เงินได้สุทธิเดิม: 531,000 บาท</li> <li>หัก ค่าลดหย่อนเพิ่มเติม: 175,000 บาท</li> <li><strong>เงินได้สุทธิใหม่:</strong> 531,000 - 175,000 = <strong>356,000 บาท</strong></li> <li><strong>คำนวณภาษีที่ต้องจ่ายใหม่:</strong> <ul> <li>(150,000 x 0%) = 0 บาท</li> <li>(150,000 x 5%) = 7,500 บาท</li> <li>(56,000 x 10%) = 5,600 บาท</li> </ul> </li> <li><strong>รวมภาษีที่ต้องจ่ายใหม่: 7,500 + 5,600 = 13,100 บาท</strong></li> </ul> <p><strong>สรุปผลลัพธ์:</strong></p> <p>จากการวางแผนภาษีใหม่ น้องก้อยสามารถ<strong>ประหยัดภาษีไปได้ถึง 32,150 - 13,100 = 19,050 บาท!</strong> ไม่เพียงเท่านั้น เงินจำนวน 175,000 บาทที่เธอจ่ายไป ไม่ได้หายไปไหน แต่กลับกลายเป็นการสร้าง “ความมั่งคั่ง” และ “ความมั่นคง” ให้กับอนาคตของเธอเอง ทั้งในรูปแบบของความคุ้มครองชีวิตและสุขภาพ เงินออมระยะกลาง และเงินทุนเพื่อการเกษียณ นี่แหละครับที่เรียกว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกหลายตัว!</p> <h2>เลือกไม่ถูก? SSF กับ RMF ต่างกันยังไง แบบไหนที่ใช่เรา?</h2> <p>สำหรับมือใหม่ อาจจะยังสับสนระหว่างสองกองทุนนี้ พี่สมาร์ทสรุปความแตกต่างสำคัญมาให้ในตารางนี้ครับ</p> <table border="1" style="width:100%; border-collapse: collapse;"> <tr style="background-color:#f2f2f2;"> <th style="padding: 8px;">หัวข้อ</th> <th style="padding: 8px;">SSF (Super Saving Fund)</th> <th style="padding: 8px;">RMF (Retirement Mutual Fund)</th> </tr> <tr> <td style="padding: 8px;"><strong>เป้าหมายหลัก</strong></td> <td style="padding: 8px;">ส่งเสริมการออมระยะกลางถึงยาว</td> <td style="padding: 8px;">ส่งเสริมการออมเพื่อวัยเกษียณ</td> </tr> <tr> <td style="padding: 8px;"><strong>ระยะเวลาลงทุน</strong></td> <td style="padding: 8px;">ถือครอง <strong>10 ปี</strong> นับจากวันที่ซื้อ</td> <td style="padding: 8px;">ลงทุนถึงอายุ <strong>55 ปีบริบูรณ์</strong> และลงทุนอย่างน้อย 5 ปี</td> </tr> <tr> <td style="padding: 8px;"><strong>เงื่อนไขการซื้อ</strong></td> <td style="padding: 8px;">ไม่มีขั้นต่ำ, <strong>ไม่ต้องซื้อต่อเนื่องทุกปี</strong></td> <td style="padding: 8px;">ไม่มีขั้นต่ำ, แต่ต้อง<strong>ซื้อต่อเนื่องทุกปี</strong> (หรืออย่างน้อยปีเว้นปี)</td> </tr> <tr> <td style="padding: 8px;"><strong>วงเงินลดหย่อน</strong></td> <td style="padding: 8px;">30% ของเงินได้ แต่ไม่เกิน <strong>200,000 บาท</strong></td> <td style="padding: 8px;">30% ของเงินได้ แต่ไม่เกิน <strong>500,000 บาท</strong> (เมื่อรวมกับ PVD, กบข., ประกันบำนาญ ฯลฯ)</td> </tr> <tr> <td style="padding: 8px;"><strong>เหมาะกับใคร</strong></td> <td style="padding: 8px;">คนที่ต้องการออมเงิน 10 ปีขึ้นไป, ต้องการความยืดหยุ่น</td> <td style="padding: 8px;">คนที่ต้องการวางแผนเกษียณอย่างจริงจัง, มีวินัยในการลงทุน</td> </tr> </table> <p><strong>คำแนะนำจากพี่สมาร์ท:</strong> หากคุณยังอายุน้อยและมีเป้าหมายการเงินระยะกลางที่ชัดเจน การเริ่มต้นด้วย SSF อาจเป็นทางเลือกที่ดีเพราะมีความยืดหยุ่นสูง แต่ถ้าคุณมองไกลไปถึงชีวิตหลังเกษียณและต้องการสร้างวินัยการออมระยะยาว RMF คือคำตอบที่ใช่ที่สุดครับ หรือถ้าเลือกไม่ได้จริงๆ การจัดสรรเงินลงทุนในทั้งสองกองทุนก็เป็นกลยุทธ์ที่น่าสนใจเช่นกัน</p> <h2>เริ่มต้นวันนี้ยังไม่สาย! ได้เวลาเปลี่ยนภาษีให้เป็นเงินออม</h2> <p>การวางแผนภาษีไม่ใช่เรื่องยากหรือน่าปวดหัวอย่างที่คิดใช่ไหมครับ มันคือจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญของการวางแผนการเงิน ที่จะช่วยให้เราบรรลุเป้าหมายในชีวิตได้เร็วขึ้นและมั่นคงขึ้น จากเรื่องราวของน้องก้อย เราจะเห็นได้ว่า เงินที่เคยต้อง “จ่ายทิ้ง” ไปกับภาษี สามารถเปลี่ยนมาเป็นเงิน “ลงทุน” เพื่ออนาคตของตัวเราเองได้</p> <p>อย่าปล่อยให้ความไม่รู้หรือความกลัวมาพรากสิทธิประโยชน์ที่คุณควรจะได้รับไปครับ การเริ่มต้นวางแผนตั้งแต่วันนี้ คือการสร้างความได้เปรียบให้กับอนาคตทางการเงินของคุณ</p> <p><strong>หากคุณยังรู้สึกสับสน ไม่แน่ใจว่าจะเริ่มต้นอย่างไร หรือต้องการที่ปรึกษาส่วนตัวเพื่อช่วยวางแผนการลดหย่อนภาษีและการลงทุนให้เหมาะสมกับเป้าหมายชีวิตของคุณโดยเฉพาะ... อย่าลังเลที่จะติดต่อพี่สมาร์ทเข้ามานะครับ!</strong></p> <p>พี่สมาร์ทยินดีให้คำปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อช่วยให้ทุกคนสามารถวางแผนการเงินและภาษีได้อย่างมั่นใจและมีประสิทธิภาพสูงสุดครับ</p> <p><strong>ติดต่อปรึกษาพี่สมาร์ทได้เลยที่:</strong><br> <strong>LINE ID:</strong> smart_66<br> <strong>โทร:</strong> 063-661-6699</p> <p><em>ด้วยความปรารถนาดี,<br> พ.ต.ท.วิศรุตภูมิ ชูประยูร, AFPT™<br> ที่ปรึกษาการเงินและตัวแทนประกันชีวิต</em></p>

Enjoyed this article? Share it with friends!

Help spread useful knowledge to those around you

Pol.Lt.Col. Wisarutpoom Chooprayoon, M.Pol.Sc., AFPT™

AFPT™ Financial Advisor | Investment Planner

Over 10 years of experience in financial planning, life insurance, and investment with full licenses from regulatory bodies.

Need more consultation?

Free financial planning! No cost, just plan through our selected partner platforms.

Related Articles

ภาษีที่ข้าราชการต้องรู้ สิทธิลดหย่อนครบทุกหมวด ปี 2569

ภาษีที่ข้าราชการต้องรู้ สิทธิลดหย่อนครบทุกหมวด ปี 2569

สรุปสิทธิลดหย่อนภาษีสำหรับข้าราชการ ปี 2569 ครบทุกหมวด ตั้งแต่ กบข. ประกันชีวิต ประกันสุขภาพ กองทุน RMF SSF Thai ESG พร้อมเทคนิคประหยัดภาษี

26 เมษายน 25697 views7 min

ประกันชีวิตลดหย่อนภาษีได้เท่าไหร่? สิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ต้องรู้ 2569

สรุปสิทธิลดหย่อนภาษีจากประกันชีวิตทุกประเภท ประกันชีวิตทั่วไป ประกันบำนาญ ประกันสุขภาพ Unit-Linked ลดหย่อนได้เท่าไหร่ เงื่อนไขอะไรบ้าง

14 เมษายน 256918 views7 min

RMF กับ SSF ต่างกันอย่างไร? เปรียบเทียบกองทุนลดหย่อนภาษี 2569

เปรียบเทียบ RMF กับ SSF กองทุนลดหย่อนภาษียอดนิยม เงื่อนไขต่างกันอย่างไร ซื้อกองไหนดี คำนวณภาษีที่ประหยัดได้จริง พร้อมตัวอย่างการวางแผนภาษี

14 เมษายน 256914 views6 min

Smart | SmartNexus

Online · Reply within 5 min

Hello! I'm Lt.Col. Wisarutpoom (Smart), AFPT™ Financial Advisor. Free consultation available! 😊

Choose a topic

LINE: @413gbyal · Daily 08:00-22:00 · Free consultation

เราใช้ Cookie เพื่อพัฒนาประสบการณ์ของคุณ

เว็บไซต์นี้ใช้ Cookie เพื่อวิเคราะห์การเข้าชมและปรับปรุงบริการ ตาม นโยบายความเป็นส่วนตัว และ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)