หน้าแรก/บทความ/ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ vs ตลอดชีพ: เลือกแบบไหนให้ตอบโจทย์ชีวิตคุณ?

ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ vs ตลอดชีพ: เลือกแบบไหนให้ตอบโจทย์ชีวิตคุณ?

พ.ต.ท.วิศรุตภูมิ ชูประยูร16 กุมภาพันธ์ 256914 views

ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ vs ตลอดชีพ: เลือกแบบไหนให้ตอบโจทย์ชีวิตคุณ?

เคยไหมที่รู้สึกสับสนเวลาเลือกประกันชีวิต? มีแบบประกันให้เลือกมากมายจนตาลาย โดยเฉพาะสองประเภทหลักๆ ที่คนมักจะลังเลกันก็คือ “ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์” และ “ประกันชีวิตแบบตลอดชีพ” ทั้งสองแบบนี้มีจุดเด่นและวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง การเลือกให้ถูกจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้คุณได้รับประโยชน์สูงสุดและตอบโจทย์เป้าหมายชีวิตของคุณได้อย่างแท้จริง วันนี้เราจะมาไขข้อข้องใจกันว่าประกันทั้งสองแบบนี้ต่างกันอย่างไร และคุณควรเลือกแบบไหนดี

ทำความรู้จักประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์

ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ หรือที่หลายคนเรียกว่า “ประกันออมทรัพย์” คือประกันชีวิตที่ให้ความคุ้มครองชีวิตควบคู่ไปกับการออมเงิน พูดง่ายๆ คือคุณจ่ายเบี้ยประกันไปเรื่อยๆ ตามระยะเวลาที่กำหนด (เช่น 5 ปี, 10 ปี, 15 ปี) และเมื่อครบกำหนดสัญญา คุณก็จะได้รับเงินคืนก้อนหนึ่ง ซึ่งมักจะมากกว่าเบี้ยประกันที่คุณจ่ายไปทั้งหมด ทำให้ประกันประเภทนี้เหมาะสำหรับคนที่ต้องการสร้างวินัยในการออมเงินไปพร้อมๆ กับได้รับความคุ้มครองชีวิต

ข้อดีของประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์:

  • มีเงินคืนแน่นอน: เมื่อครบกำหนดสัญญา คุณจะได้รับเงินก้อนคืน ซึ่งอาจเป็นเงินก้อนใหญ่ที่สามารถนำไปใช้จ่ายตามเป้าหมาย เช่น เป็นเงินดาวน์บ้าน, ค่าเล่าเรียนลูก, หรือเงินเกษียณ
  • สร้างวินัยการออม: การจ่ายเบี้ยประกันเป็นประจำช่วยให้คุณมีวินัยในการออมเงินโดยไม่รู้ตัว
  • ความคุ้มครองชีวิต: ในระหว่างสัญญาก็ยังได้รับความคุ้มครองชีวิต หากเกิดเหตุไม่คาดฝัน ผู้รับผลประโยชน์ก็จะได้รับเงินสินไหมทดแทน
  • ลดหย่อนภาษีได้: เบี้ยประกันชีวิตสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ตามที่กฎหมายกำหนด

ข้อจำกัดของประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์:

  • ระยะเวลาคุ้มครองจำกัด: ความคุ้มครองจะสิ้นสุดลงเมื่อครบกำหนดสัญญา
  • ผลตอบแทนอาจไม่สูงเท่าการลงทุนโดยตรง: หากเทียบกับการลงทุนในสินทรัพย์บางประเภทที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า ประกันสะสมทรัพย์อาจให้ผลตอบแทนที่น้อยกว่า แต่ก็มีความเสี่ยงที่ต่ำกว่าเช่นกัน

ทำความรู้จักประกันชีวิตแบบตลอดชีพ

ประกันชีวิตแบบตลอดชีพ คือประกันชีวิตที่ให้ความคุ้มครองชีวิตยาวนานไปจนถึงอายุ 90 ปี หรือ 99 ปี หรือตลอดชีวิตตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ จุดประสงค์หลักของประกันประเภทนี้คือการส่งต่อมรดก หรือสร้างหลักประกันทางการเงินให้กับคนที่คุณรักในระยะยาว หากผู้เอาประกันเสียชีวิตเมื่อใดก็ตามที่กรมธรรม์ยังมีผลบังคับใช้ ผู้รับผลประโยชน์จะได้รับเงินสินไหมทดแทนเต็มจำนวนทันที

ข้อดีของประกันชีวิตแบบตลอดชีพ:

  • คุ้มครองยาวนาน: ให้ความคุ้มครองชีวิตที่ยาวนานที่สุด เหมาะสำหรับคนที่ต้องการสร้างหลักประกันให้ครอบครัวไปจนตลอดชีวิต
  • สร้างมรดก: เป็นเครื่องมือที่ดีในการวางแผนมรดก เพื่อให้คนที่คุณรักมีเงินใช้จ่ายหรือชำระหนี้สินต่างๆ ในวันที่คุณไม่อยู่แล้ว
  • เบี้ยประกันคงที่: โดยส่วนใหญ่เบี้ยประกันจะคงที่ตลอดระยะเวลาที่ชำระ ทำให้วางแผนการเงินได้ง่าย
  • มูลค่าเวนคืนกรมธรรม์: กรมธรรม์มีมูลค่าเงินสดสะสม ซึ่งสามารถนำไปกู้ยืม หรือเวนคืนกรมธรรม์ได้ในอนาคต

ข้อจำกัดของประกันชีวิตแบบตลอดชีพ:

  • ไม่มีเงินคืนก้อนใหญ่: โดยทั่วไปแล้ว ประกันตลอดชีพจะไม่มีเงินคืนก้อนใหญ่เมื่อครบกำหนดสัญญาเหมือนประกันสะสมทรัพย์ (ยกเว้นเสียชีวิต)
  • เบี้ยประกันอาจสูงกว่า: หากเทียบกับประกันแบบชั่วระยะเวลา (Term Life) ที่ให้ความคุ้มครองเท่ากัน เบี้ยประกันตลอดชีพมักจะสูงกว่า

เลือกแบบไหนดี? คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ

การตัดสินใจเลือกประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์หรือตลอดชีพ ขึ้นอยู่กับเป้าหมายทางการเงินและช่วงชีวิตของคุณเป็นหลัก ลองพิจารณาสิ่งเหล่านี้:

เลือกประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ ถ้า...

  • คุณต้องการออมเงินที่มีเป้าหมายชัดเจน: เช่น ออมเงินสำหรับค่าเทอมลูก, เงินดาวน์บ้าน, หรือเงินเกษียณในระยะเวลาที่กำหนด
  • คุณต้องการสร้างวินัยการออม: การจ่ายเบี้ยประกันเป็นประจำจะช่วยให้คุณมีเงินเก็บโดยไม่รู้ตัว
  • คุณต้องการความคุ้มครองชีวิตในระยะสั้นถึงปานกลาง: พร้อมกับผลตอบแทนที่แน่นอนเมื่อครบกำหนดสัญญา

เลือกประกันชีวิตแบบตลอดชีพ ถ้า...

  • คุณต้องการสร้างหลักประกันระยะยาวให้กับครอบครัว: เพื่อให้มั่นใจว่าคนที่คุณรักจะมีเงินใช้จ่ายในวันที่คุณไม่อยู่แล้ว
  • คุณต้องการวางแผนมรดก: เพื่อส่งต่อทรัพย์สินหรือเงินทุนให้กับทายาทอย่างเป็นระบบ
  • คุณมีภาระหนี้สินระยะยาว: เช่น หนี้บ้าน ที่ต้องการให้ครอบครัวมีเงินมาชำระหากเกิดเหตุไม่คาดฝัน
  • คุณต้องการความคุ้มครองชีวิตที่ยาวนานที่สุด: โดยไม่ต้องการกังวลเรื่องการต่ออายุกรมธรรม์

ผสมผสานเพื่อประโยชน์สูงสุด

ในบางกรณี คุณอาจไม่จำเป็นต้องเลือกเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง คุณสามารถผสมผสานประกันทั้งสองประเภทเข้าด้วยกันเพื่อตอบโจทย์ที่หลากหลายได้ เช่น ซื้อประกันตลอดชีพเพื่อสร้างหลักประกันระยะยาวให้ครอบครัว และซื้อประกันสะสมทรัพย์เพิ่มเติมเพื่อออมเงินสำหรับเป้าหมายระยะสั้นถึงปานกลาง หรือหากคุณสนใจการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าพร้อมความคุ้มครอง คุณอาจพิจารณา ประกันควบการลงทุน ซึ่งเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ

สรุป

การเลือกประกันชีวิตที่เหมาะสมเป็นส่วนสำคัญของการวางแผนการเงินที่ดี ไม่ว่าจะเป็นประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์หรือตลอดชีพ ต่างก็มีข้อดีและข้อจำกัดที่แตกต่างกัน การทำความเข้าใจความต้องการและเป้าหมายของตัวเองอย่างถ่องแท้ จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ หากคุณยังไม่แน่ใจว่าแบบไหนเหมาะกับคุณที่สุด หรือต้องการคำแนะนำเพิ่มเติมในการวางแผนการเงินและประกันชีวิตที่ครอบคลุมทุกด้าน อย่าลังเลที่จะ ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านประกันชีวิตและการเงิน ของเราวันนี้ เพื่อให้เราช่วยออกแบบแผนที่ตอบโจทย์ชีวิตคุณได้อย่างลงตัวที่สุด

ชอบบทความนี้? แชร์ให้เพื่อนๆ ได้เลย

ช่วยแชร์ความรู้ดีๆ ให้คนรอบข้างได้รับประโยชน์

พ.ต.ท.วิศรุตภูมิ ชูประยูร, M.Pol.Sc., AFPT™

ที่ปรึกษาการเงิน AFPT™ | ผู้วางแผนการลงทุน

ประสบการณ์กว่า 10 ปีในด้านการวางแผนการเงิน ประกันชีวิต และการลงทุน พร้อมใบอนุญาตครบถ้วนจากหน่วยงานกำกับดูแล

ต้องการคำปรึกษาเพิ่มเติม?

วางแผนการเงินฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย เพียงวางแผนผ่านแพลตฟอร์มพาร์ทเนอร์ที่เราคัดสรรมาให้

สงสัยอะไร? ถามสมาร์ทได้เลย!

เราใช้ Cookie เพื่อพัฒนาประสบการณ์ของคุณ

เว็บไซต์นี้ใช้ Cookie เพื่อวิเคราะห์การเข้าชมและปรับปรุงบริการ ตาม นโยบายความเป็นส่วนตัว และ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)