สิ่งที่ต้องรู้ในปี 2569
- SSF หมดอายุแล้ว — ตั้งแต่ปี 2568 ไม่สามารถซื้อ SSF เพื่อลดหย่อนภาษีได้อีก (กองเดิมที่ถืออยู่ยังคงอยู่)
- RMF ยังใช้ได้ตามปกติ — ลดหย่อนได้สูงสุด 30% ของรายได้ ไม่เกิน 500,000 บาท (รวมกองทุนเกษียณอื่น)
- ThaiESG + ThaiESGX — ลดหย่อนเพิ่มได้อีก สูงสุด 300,000 บาท (แยกวงเงินจาก RMF)
1. ภาพรวมกองทุนลดหย่อนภาษี ปี 2569
ในปี 2569 กองทุนที่สามารถใช้ลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเหลือเพียง 2 ประเภทหลัก คือ RMF (Retirement Mutual Fund) และ ThaiESG / ThaiESGX เนื่องจาก SSF ได้สิ้นสุดสิทธิลดหย่อนไปแล้วตั้งแต่ปี 2568
หากคุณเป็นมนุษย์เงินเดือนหรือมีรายได้ที่ต้องเสียภาษี การวางแผนลดหย่อนภาษีผ่านกองทุนรวมเป็นวิธีที่ชาญฉลาดที่สุดวิธีหนึ่ง เพราะนอกจากจะได้ลดภาษีแล้ว ยังได้ลงทุนเพื่ออนาคตอีกด้วย
RMF
กองทุนเพื่อการเกษียณ
วงเงิน: สูงสุด 500,000 บาท
ถือจนอายุ 55 ปี + ลงทุนครบ 5 ปี
ต้องซื้อทุกปี (หรือปีเว้นปี)
ThaiESG / ThaiESGX
กองทุนเพื่อความยั่งยืน
วงเงิน: สูงสุด 300,000 บาท
ถือ 5 ปี (นับจากวันซื้อ)
ไม่บังคับซื้อทุกปี
2. ตารางเปรียบเทียบแบบละเอียด
| เงื่อนไข | SSF (หมดอายุ) | RMF | ThaiESG | ThaiESGX |
|---|---|---|---|---|
| สถานะปี 2569 | หมดอายุ | ใช้ได้ | ใช้ได้ | ใช้ได้ |
| วงเงินลดหย่อน | 30% ไม่เกิน 200,000 | 30% ไม่เกิน 500,000 | 30% ไม่เกิน 300,000 | 30% ไม่เกิน 300,000* |
| ระยะเวลาถือครอง | 10 ปี | จนอายุ 55 ปี + 5 ปี | 5 ปี (นับจากวันซื้อ) | 5 ปี (นับจากวันซื้อ) |
| ต้องซื้อทุกปีไหม? | ไม่ต้อง | ต้อง (หรือปีเว้นปี) | ไม่ต้อง | ไม่ต้อง |
| ขั้นต่ำการลงทุน | ไม่มี | 3% ของรายได้ หรือ 5,000 บาท | ไม่มี | ไม่มี |
| ลงทุนในอะไร | ทุกสินทรัพย์ | ทุกสินทรัพย์ | หุ้น ESG ไทย / ตราสารหนี้ | หุ้น ESG ไทย / ตราสารหนี้ |
| วงเงินรวมกับอะไร | เกษียณ 500,000 | กบข./กองทุนสำรอง/ประกันบำนาญ | แยกวงเงินเฉพาะ | วงเงินเดียวกับ ThaiESG** |
| เหมาะกับใคร | — | คนวางแผนเกษียณระยะยาว | คนอยากลดภาษีเพิ่ม + ลงทุนระยะกลาง | คนที่มี LTF เดิม + อยากลดภาษีเพิ่ม |
* ThaiESGX มีวงเงินเพิ่มเติมสำหรับผู้โยกจาก LTF สูงสุด 50,000 บาท/ปี
** ตั้งแต่ปี 2569 เงินลงทุนใหม่ใน ThaiESGX จะใช้วงเงินเดียวกับ ThaiESG (รวมไม่เกิน 300,000 บาท)
3. รายละเอียดแต่ละกองทุน
SSF (กองทุนรวมเพื่อการออม) เปิดให้ซื้อตั้งแต่ปี 2563-2567 เพื่อทดแทน LTF ที่หมดอายุ โดยลดหย่อนได้ไม่เกิน 30% ของรายได้ สูงสุด 200,000 บาท ถือครอง 10 ปี
ตั้งแต่ปี 2568 เป็นต้นไป ไม่สามารถซื้อ SSF เพื่อลดหย่อนภาษีได้อีก
กองทุน SSF ที่ซื้อไว้ก่อนหน้ายังคงอยู่ในพอร์ต สามารถถือต่อหรือขายคืนได้ตามเงื่อนไข แต่ไม่สามารถซื้อเพิ่มเพื่อใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้อีกต่อไป
ถ้ามี SSF อยู่แล้ว ทำอย่างไร?
- ถือต่อจนครบ 10 ปี แล้วขายคืนได้โดยไม่เสียภาษี
- ถ้าขายก่อนครบกำหนด ต้องคืนภาษีที่ได้ลดหย่อนไป + เสียเงินเพิ่ม 1.5%/เดือน
- สลับกองทุน (Switch) ภายใน SSF ด้วยกันได้ โดยไม่ถือว่าขาย
4. คำนวณภาษีที่ประหยัดได้
ตัวอย่างการประหยัดภาษีสำหรับผู้มีรายได้ต่างๆ เมื่อใช้สิทธิลดหย่อนเต็มวงเงิน
| รายได้ต่อปี | อัตราภาษีสูงสุด | ประหยัดจาก RMF (500,000) | ประหยัดจาก ThaiESG (300,000) | รวมประหยัด (800,000) |
|---|---|---|---|---|
| 600,000 | 10% | 18,000* | 18,000* | 36,000 |
| 1,000,000 | 20% | 60,000* | 60,000 | 120,000 |
| 1,500,000 | 25% | 125,000 | 75,000 | 200,000 |
| 2,000,000 | 30% | 150,000 | 90,000 | 240,000 |
| 3,000,000 | 30% | 150,000 | 90,000 | 240,000 |
| 5,000,000+ | 35% | 175,000 | 105,000 | 280,000 |
* วงเงินจำกัดที่ 30% ของรายได้ จึงอาจลดหย่อนได้ไม่เต็มวงเงินสูงสุด
** การคำนวณเป็นการประมาณการ ภาษีจริงขึ้นอยู่กับค่าลดหย่อนอื่นๆ ที่ใช้
5. เลือกแบบไหนดี? คำแนะนำตามสถานการณ์
มนุษย์เงินเดือน รายได้ 30,000-50,000/เดือน
รายได้ต่อปี 360,000-600,000 บาท
แนะนำ: ThaiESG — เริ่มต้นง่าย ไม่ต้องซื้อทุกปี ถือแค่ 5 ปี วงเงินลดหย่อน 30% ของรายได้ก็เพียงพอ
ผู้มีรายได้สูง 80,000+/เดือน
รายได้ต่อปี 960,000+ บาท
แนะนำ: RMF + ThaiESG — ใช้ทั้ง 2 วงเงินเพื่อลดภาษีสูงสุด RMF 500,000 + ThaiESG 300,000 = ลดหย่อนรวม 800,000 บาท
ข้าราชการ / พนักงานรัฐวิสาหกิจ
มี กบข. หรือกองทุนสำรองเลี้ยงชีพอยู่แล้ว
แนะนำ: ThaiESG เป็นหลัก — เพราะวงเงิน RMF ต้องรวมกับ กบข. ซึ่งอาจเต็มหรือเหลือน้อย ThaiESG แยกวงเงินต่างหาก จึงลดหย่อนเพิ่มได้อีก 300,000 บาท
คนที่มี LTF เดิม
ถือ LTF มาตั้งแต่ก่อนปี 2563
แนะนำ: ThaiESGX + ThaiESG + RMF — โยก LTF มา ThaiESGX ได้สิทธิลดหย่อนเพิ่ม 50,000/ปี บวกกับ ThaiESG และ RMF ลดภาษีได้สูงสุด
6. สรุป: วงเงินลดหย่อนภาษีรวม ปี 2569
RMF
กองทุนเพื่อการเกษียณ
500,000 บาท
ThaiESG / ThaiESGX
กองทุนเพื่อความยั่งยืน
300,000 บาท
ThaiESGX (โยก LTF)
เฉพาะผู้ถือ LTF เดิม
50,000 บาท
รวมลดหย่อนสูงสุด
850,000 บาท
* วงเงิน RMF ต้องรวมกับ กบข./กองทุนสำรอง/ประกันบำนาญ ไม่เกิน 500,000 บาท
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
QSSF ยังซื้อได้ไหมในปี 2569?
ไม่ได้แล้วครับ SSF สิ้นสุดสิทธิลดหย่อนภาษีตั้งแต่ปี 2568 กองทุน SSF ที่ซื้อไว้ก่อนหน้ายังคงอยู่ แต่ไม่สามารถซื้อเพิ่มเพื่อลดหย่อนภาษีได้อีก ถ้ามี SSF อยู่ ให้ถือต่อจนครบ 10 ปี
QThaiESG กับ ThaiESGX ต่างกันอย่างไร?
ThaiESG เป็นกองทุนที่ทุกคนซื้อได้ ลดหย่อนสูงสุด 300,000 บาท ส่วน ThaiESGX เป็นกองทุนพิเศษที่รองรับการโยกจาก LTF เดิม มีวงเงินเพิ่มเติม 50,000 บาท/ปี สำหรับผู้ถือ LTF ตั้งแต่ปี 2569 เงินลงทุนใหม่ใน ThaiESGX จะใช้วงเงินเดียวกับ ThaiESG
QRMF ลดหย่อนได้สูงสุดเท่าไหร่?
RMF ลดหย่อนได้ไม่เกิน 30% ของรายได้ สูงสุด 500,000 บาท แต่ต้องรวมกับกองทุนเพื่อการเกษียณอื่นๆ ด้วย เช่น กบข. กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ประกันบำนาญ ถ้ามี กบข. อยู่แล้ว วงเงิน RMF จะเหลือน้อยลง
Qซื้อ RMF แล้วหยุดซื้อได้ไหม?
ได้ แต่ต้องระวัง RMF กำหนดว่าต้องซื้อทุกปี หรืออย่างน้อยปีเว้นปี ถ้าหยุดซื้อเกิน 1 ปีติดต่อกัน จะถือว่าผิดเงื่อนไข ต้องคืนภาษีที่ได้ลดหย่อนไป
Qควรซื้อกองทุนลดหย่อนภาษีตอนไหนดี?
แนะนำให้ตั้ง DCA ซื้อทุกเดือนตั้งแต่ต้นปี ดีกว่าซื้อก้อนเดียวปลายปี เพราะได้เฉลี่ยต้นทุน (Dollar Cost Averaging) ลดความเสี่ยงจากจังหวะตลาด และไม่ต้องกังวลว่าจะลืมซื้อ