RMF vs SSF vs ThaiESG: เลือกกองทุนลดหย่อนภาษีอย่างไรให้เหมาะกับคุณ
ทำความรู้จักกองทุนลดหย่อนภาษี 3 ประเภท
การลงทุนในกองทุนรวมเพื่อลดหย่อนภาษีเป็นหนึ่งในวิธีที่ได้รับความนิยมมากที่สุดสำหรับมนุษย์เงินเดือน เพราะนอกจากจะช่วยประหยัดภาษีแล้ว ยังเป็นการสร้างวินัยการออมระยะยาวอีกด้วย ปัจจุบันมีกองทุนลดหย่อนภาษี 3 ประเภทหลักที่ควรรู้จัก ได้แก่ RMF, SSF และ ThaiESG
1. กองทุน RMF (Retirement Mutual Fund)
กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ เป็นกองทุนที่ออกแบบมาเพื่อการออมเงินสำหรับวัยเกษียณโดยเฉพาะ
ข้อดีของ RMF
- ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 30% ของรายได้ แต่ไม่เกิน 500,000 บาท (รวมกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ, กบข., ประกันบำนาญ)
- มีนโยบายการลงทุนหลากหลาย ตั้งแต่ตราสารหนี้ความเสี่ยงต่ำ ไปจนถึงหุ้นต่างประเทศ
- ไม่มีขั้นต่ำการซื้อต่อปี ยืดหยุ่นตามสถานะการเงิน
ข้อจำกัดของ RMF
- ต้องลงทุนต่อเนื่องทุกปี (อย่างน้อยปีเว้นปี)
- ขายคืนได้เมื่ออายุ 55 ปีขึ้นไป และถือครองมาแล้วอย่างน้อย 5 ปี
- หากผิดเงื่อนไข ต้องคืนภาษีที่ได้รับการลดหย่อนพร้อมเงินเพิ่ม
เหมาะกับใคร?
- ผู้ที่มีรายได้สูงและต้องการลดหย่อนภาษีจำนวนมาก
- ผู้ที่วางแผนเกษียณระยะยาว (อายุ 30-45 ปี)
- ผู้ที่มีวินัยการลงทุนสม่ำเสมอ
2. กองทุน SSF (Super Savings Fund)
กองทุนรวมเพื่อการออม เป็นกองทุนที่มาแทน LTF โดยมีเงื่อนไขที่ยืดหยุ่นกว่า RMF
ข้อดีของ SSF
- ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 30% ของรายได้ แต่ไม่เกิน 200,000 บาท (รวมกับ RMF และกองทุนอื่นๆ ไม่เกิน 500,000 บาท)
- ไม่ต้องซื้อต่อเนื่องทุกปี ซื้อปีไหนก็ได้ตามต้องการ
- ถือครองเพียง 10 ปี นับจากวันที่ซื้อ (ไม่ต้องรอถึงอายุ 55 ปี)
ข้อจำกัดของ SSF
- วงเงินลดหย่อนน้อยกว่า RMF (สูงสุด 200,000 บาท)
- นโยบายการลงทุนจำกัด เน้นลงทุนในหุ้นไทยเป็นหลัก
- หากขายก่อน 10 ปี ต้องคืนภาษีพร้อมเงินเพิ่ม
เหมาะกับใคร?
- ผู้ที่เพิ่งเริ่มทำงานและต้องการความยืดหยุ่น
- ผู้ที่มีรายได้ไม่แน่นอน ไม่สามารถลงทุนต่อเนื่องได้
- ผู้ที่ต้องการเงินก้อนก่อนเกษียณ (เช่น ซื้อบ้าน)
3. กองทุน ThaiESG
กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน เป็นกองทุนใหม่ล่าสุดที่เน้นลงทุนในบริษัทที่มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล
ข้อดีของ ThaiESG
- ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 100,000 บาท (แยกวงเงินจาก RMF/SSF)
- ถือครองเพียง 8 ปี สั้นที่สุดในบรรดากองทุนลดหย่อนภาษี
- ลงทุนในบริษัทที่มีความยั่งยืน สอดคล้องกับเทรนด์โลก
- ไม่ต้องซื้อต่อเนื่องทุกปี
ข้อจำกัดของ ThaiESG
- เป็นกองทุนใหม่ ยังไม่มีผลการดำเนินงานระยะยาว
- ลงทุนในหุ้นไทยเป็นหลัก ความเสี่ยงกระจุกตัว
- มีให้เลือกน้อยกว่า RMF/SSF
เหมาะกับใคร?
- ผู้ที่ใช้สิทธิ RMF/SSF เต็มแล้วและต้องการลดหย่อนเพิ่ม
- ผู้ที่สนใจการลงทุนอย่างยั่งยืน (ESG Investing)
- ผู้ที่ต้องการระยะเวลาถือครองสั้น
ตารางเปรียบเทียบ RMF vs SSF vs ThaiESG
| หัวข้อ | RMF | SSF | ThaiESG |
|---|---|---|---|
| วงเงินลดหย่อนสูงสุด | 30% ของรายได้ (ไม่เกิน 500,000 บาท*) | 30% ของรายได้ (ไม่เกิน 200,000 บาท*) | 100,000 บาท |
| ระยะเวลาถือครอง | อายุ 55 ปี + ถือ 5 ปี | 10 ปี | 8 ปี |
| ต้องซื้อต่อเนื่อง | ใช่ (อย่างน้อยปีเว้นปี) | ไม่ต้อง | ไม่ต้อง |
| นโยบายการลงทุน | หลากหลาย | หุ้นไทยเป็นหลัก | หุ้น ESG ไทย |
| ความยืดหยุ่น | ต่ำ | สูง | สูง |
รวมกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ, กบข., ประกันบำนาญ ไม่เกิน 500,000 บาท
กลยุทธ์การเลือกกองทุนตามสถานะ
สำหรับผู้เริ่มต้นทำงาน (อายุ 22-30 ปี)
แนะนำ: SSF + ThaiESG
เหตุผล: ยังไม่แน่ใจว่าจะทำงานที่เดิมนานแค่ไหน ควรเลือกกองทุนที่ยืดหยุ่น ไม่ต้องซื้อต่อเนื่อง และระยะเวลาถือครองไม่นานเกินไป
สำหรับวัยกลางคน (อายุ 30-45 ปี)
แนะนำ: RMF + SSF + ThaiESG
เหตุผล: มีรายได้มั่นคง สามารถลงทุนต่อเนื่องได้ ควรใช้สิทธิลดหย่อนให้เต็มที่ทุกประเภท
สำหรับใกล้เกษียณ (อายุ 45-55 ปี)
แนะนำ: RMF (เน้นตราสารหนี้) + ThaiESG
เหตุผล: ใกล้ถึงเวลาใช้เงิน ควรลดความเสี่ยงและเลือกกองทุนที่มีระยะเวลาถือครองสั้น
ตัวอย่างการคำนวณ
สมมติ: คุณมีรายได้ต่อปี 1,200,000 บาท (เดือนละ 100,000 บาท)
| กองทุน | จำนวนเงินลงทุน | ภาษีที่ประหยัดได้ (อัตรา 25%) |
|---|---|---|
| RMF | 200,000 บาท | 50,000 บาท |
| SSF | 160,000 บาท | 40,000 บาท |
| ThaiESG | 100,000 บาท | 25,000 บาท |
| รวม | 460,000 บาท | 115,000 บาท |
ผลลัพธ์: ลงทุน 460,000 บาท ประหยัดภาษีได้ 115,000 บาท เท่ากับได้ผลตอบแทนทันที 25%!
สรุป
การเลือกกองทุนลดหย่อนภาษีไม่มีสูตรตายตัว ขึ้นอยู่กับ:
- อายุและระยะเวลาถึงเกษียณ
- ความสามารถในการลงทุนต่อเนื่อง
- ความต้องการใช้เงินในอนาคต
- ระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้
หากยังไม่แน่ใจว่าควรเลือกกองทุนแบบไหน สามารถปรึกษาที่ปรึกษาการเงินเพื่อวางแผนให้เหมาะกับสถานการณ์ของคุณได้ครับ
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจลงทุน
พ.ต.ท.วิศรุตภูมิ ชูประยูร, M.Pol.Sc., AFPT™
ที่ปรึกษาการเงิน AFPT™ | ผู้วางแผนการลงทุน
ประสบการณ์กว่า 10 ปีในด้านการวางแผนการเงิน ประกันชีวิต และการลงทุน พร้อมใบอนุญาตครบถ้วนจากหน่วยงานกำกับดูแล