หน้าแรก/บทความ/RMF vs SSF vs ThaiESG: เลือกกองทุนลดหย่อนภาษีอย่างไรให้เหมาะกับคุณ

RMF vs SSF vs ThaiESG: เลือกกองทุนลดหย่อนภาษีอย่างไรให้เหมาะกับคุณ

พ.ต.ท.วิศรุตภูมิ ชูประยูร5 กุมภาพันธ์ 25691 views
แชร์:

ทำความรู้จักกองทุนลดหย่อนภาษี 3 ประเภท

การลงทุนในกองทุนรวมเพื่อลดหย่อนภาษีเป็นหนึ่งในวิธีที่ได้รับความนิยมมากที่สุดสำหรับมนุษย์เงินเดือน เพราะนอกจากจะช่วยประหยัดภาษีแล้ว ยังเป็นการสร้างวินัยการออมระยะยาวอีกด้วย ปัจจุบันมีกองทุนลดหย่อนภาษี 3 ประเภทหลักที่ควรรู้จัก ได้แก่ RMF, SSF และ ThaiESG


1. กองทุน RMF (Retirement Mutual Fund)

กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ เป็นกองทุนที่ออกแบบมาเพื่อการออมเงินสำหรับวัยเกษียณโดยเฉพาะ

ข้อดีของ RMF

  • ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 30% ของรายได้ แต่ไม่เกิน 500,000 บาท (รวมกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ, กบข., ประกันบำนาญ)
  • มีนโยบายการลงทุนหลากหลาย ตั้งแต่ตราสารหนี้ความเสี่ยงต่ำ ไปจนถึงหุ้นต่างประเทศ
  • ไม่มีขั้นต่ำการซื้อต่อปี ยืดหยุ่นตามสถานะการเงิน

ข้อจำกัดของ RMF

  • ต้องลงทุนต่อเนื่องทุกปี (อย่างน้อยปีเว้นปี)
  • ขายคืนได้เมื่ออายุ 55 ปีขึ้นไป และถือครองมาแล้วอย่างน้อย 5 ปี
  • หากผิดเงื่อนไข ต้องคืนภาษีที่ได้รับการลดหย่อนพร้อมเงินเพิ่ม

เหมาะกับใคร?

  • ผู้ที่มีรายได้สูงและต้องการลดหย่อนภาษีจำนวนมาก
  • ผู้ที่วางแผนเกษียณระยะยาว (อายุ 30-45 ปี)
  • ผู้ที่มีวินัยการลงทุนสม่ำเสมอ

2. กองทุน SSF (Super Savings Fund)

กองทุนรวมเพื่อการออม เป็นกองทุนที่มาแทน LTF โดยมีเงื่อนไขที่ยืดหยุ่นกว่า RMF

ข้อดีของ SSF

  • ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 30% ของรายได้ แต่ไม่เกิน 200,000 บาท (รวมกับ RMF และกองทุนอื่นๆ ไม่เกิน 500,000 บาท)
  • ไม่ต้องซื้อต่อเนื่องทุกปี ซื้อปีไหนก็ได้ตามต้องการ
  • ถือครองเพียง 10 ปี นับจากวันที่ซื้อ (ไม่ต้องรอถึงอายุ 55 ปี)

ข้อจำกัดของ SSF

  • วงเงินลดหย่อนน้อยกว่า RMF (สูงสุด 200,000 บาท)
  • นโยบายการลงทุนจำกัด เน้นลงทุนในหุ้นไทยเป็นหลัก
  • หากขายก่อน 10 ปี ต้องคืนภาษีพร้อมเงินเพิ่ม

เหมาะกับใคร?

  • ผู้ที่เพิ่งเริ่มทำงานและต้องการความยืดหยุ่น
  • ผู้ที่มีรายได้ไม่แน่นอน ไม่สามารถลงทุนต่อเนื่องได้
  • ผู้ที่ต้องการเงินก้อนก่อนเกษียณ (เช่น ซื้อบ้าน)

3. กองทุน ThaiESG

กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน เป็นกองทุนใหม่ล่าสุดที่เน้นลงทุนในบริษัทที่มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล

ข้อดีของ ThaiESG

  • ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 100,000 บาท (แยกวงเงินจาก RMF/SSF)
  • ถือครองเพียง 8 ปี สั้นที่สุดในบรรดากองทุนลดหย่อนภาษี
  • ลงทุนในบริษัทที่มีความยั่งยืน สอดคล้องกับเทรนด์โลก
  • ไม่ต้องซื้อต่อเนื่องทุกปี

ข้อจำกัดของ ThaiESG

  • เป็นกองทุนใหม่ ยังไม่มีผลการดำเนินงานระยะยาว
  • ลงทุนในหุ้นไทยเป็นหลัก ความเสี่ยงกระจุกตัว
  • มีให้เลือกน้อยกว่า RMF/SSF

เหมาะกับใคร?

  • ผู้ที่ใช้สิทธิ RMF/SSF เต็มแล้วและต้องการลดหย่อนเพิ่ม
  • ผู้ที่สนใจการลงทุนอย่างยั่งยืน (ESG Investing)
  • ผู้ที่ต้องการระยะเวลาถือครองสั้น

ตารางเปรียบเทียบ RMF vs SSF vs ThaiESG

หัวข้อRMFSSFThaiESG
วงเงินลดหย่อนสูงสุด30% ของรายได้ (ไม่เกิน 500,000 บาท*)30% ของรายได้ (ไม่เกิน 200,000 บาท*)100,000 บาท
ระยะเวลาถือครองอายุ 55 ปี + ถือ 5 ปี10 ปี8 ปี
ต้องซื้อต่อเนื่องใช่ (อย่างน้อยปีเว้นปี)ไม่ต้องไม่ต้อง
นโยบายการลงทุนหลากหลายหุ้นไทยเป็นหลักหุ้น ESG ไทย
ความยืดหยุ่นต่ำสูงสูง

รวมกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ, กบข., ประกันบำนาญ ไม่เกิน 500,000 บาท


กลยุทธ์การเลือกกองทุนตามสถานะ

สำหรับผู้เริ่มต้นทำงาน (อายุ 22-30 ปี)

แนะนำ: SSF + ThaiESG

เหตุผล: ยังไม่แน่ใจว่าจะทำงานที่เดิมนานแค่ไหน ควรเลือกกองทุนที่ยืดหยุ่น ไม่ต้องซื้อต่อเนื่อง และระยะเวลาถือครองไม่นานเกินไป

สำหรับวัยกลางคน (อายุ 30-45 ปี)

แนะนำ: RMF + SSF + ThaiESG

เหตุผล: มีรายได้มั่นคง สามารถลงทุนต่อเนื่องได้ ควรใช้สิทธิลดหย่อนให้เต็มที่ทุกประเภท

สำหรับใกล้เกษียณ (อายุ 45-55 ปี)

แนะนำ: RMF (เน้นตราสารหนี้) + ThaiESG

เหตุผล: ใกล้ถึงเวลาใช้เงิน ควรลดความเสี่ยงและเลือกกองทุนที่มีระยะเวลาถือครองสั้น


ตัวอย่างการคำนวณ

สมมติ: คุณมีรายได้ต่อปี 1,200,000 บาท (เดือนละ 100,000 บาท)

กองทุนจำนวนเงินลงทุนภาษีที่ประหยัดได้ (อัตรา 25%)
RMF200,000 บาท50,000 บาท
SSF160,000 บาท40,000 บาท
ThaiESG100,000 บาท25,000 บาท
รวม460,000 บาท115,000 บาท

ผลลัพธ์: ลงทุน 460,000 บาท ประหยัดภาษีได้ 115,000 บาท เท่ากับได้ผลตอบแทนทันที 25%!


สรุป

การเลือกกองทุนลดหย่อนภาษีไม่มีสูตรตายตัว ขึ้นอยู่กับ:

  1. อายุและระยะเวลาถึงเกษียณ
  2. ความสามารถในการลงทุนต่อเนื่อง
  3. ความต้องการใช้เงินในอนาคต
  4. ระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้

หากยังไม่แน่ใจว่าควรเลือกกองทุนแบบไหน สามารถปรึกษาที่ปรึกษาการเงินเพื่อวางแผนให้เหมาะกับสถานการณ์ของคุณได้ครับ


บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจลงทุน

พ.ต.ท.วิศรุตภูมิ ชูประยูร, M.Pol.Sc., AFPT™

ที่ปรึกษาการเงิน AFPT™ | ผู้วางแผนการลงทุน

ประสบการณ์กว่า 10 ปีในด้านการวางแผนการเงิน ประกันชีวิต และการลงทุน พร้อมใบอนุญาตครบถ้วนจากหน่วยงานกำกับดูแล

ต้องการคำปรึกษาเพิ่มเติม?

ทีมที่ปรึกษาการเงินพร้อมให้คำปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย