วางแผนภาษี 2568: คู่มือฉบับสมบูรณ์สำหรับมนุษย์เงินเดือน
ทำไมต้องวางแผนภาษี?
การวางแผนภาษีไม่ใช่แค่เรื่องของการ "หนีภาษี" แต่เป็นการ บริหารจัดการเงินอย่างชาญฉลาด เพื่อให้คุณจ่ายภาษีในอัตราที่เหมาะสมตามกฎหมาย และนำเงินส่วนที่ประหยัดได้ไปสร้างความมั่งคั่งในระยะยาว
ความแตกต่างระหว่าง "หลบเลี่ยงภาษี" กับ "วางแผนภาษี"
| หัวข้อ | หลบเลี่ยงภาษี (Tax Evasion) | วางแผนภาษี (Tax Planning) |
|---|---|---|
| ความถูกต้องตามกฎหมาย | ผิดกฎหมาย | ถูกกฎหมาย |
| วิธีการ | ปกปิดรายได้ แจ้งเท็จ | ใช้สิทธิลดหย่อนตามกฎหมาย |
| ผลลัพธ์ | มีความเสี่ยงถูกดำเนินคดี | ประหยัดภาษีอย่างยั่งยืน |
สิทธิลดหย่อนภาษีที่คุณต้องรู้
1. ค่าลดหย่อนส่วนตัวและครอบครัว
ค่าลดหย่อนส่วนตัว ทุกคนได้รับสิทธิ์ลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท โดยอัตโนมัติ ไม่ต้องยื่นเอกสารใดๆ เพิ่มเติม
คู่สมรส หากคู่สมรสไม่มีรายได้ สามารถลดหย่อนได้อีก 60,000 บาท
บุตร ลดหย่อนได้คนละ 30,000 บาท สำหรับบุตรคนที่ 2 เป็นต้นไปที่เกิดตั้งแต่ปี 2561 ลดหย่อนได้คนละ 60,000 บาท
บิดามารดา ลดหย่อนได้คนละ 30,000 บาท สำหรับพ่อแม่ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป และมีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี
2. ประกันชีวิตและประกันสุขภาพ
ประกันชีวิตทั่วไป ลดหย่อนได้สูงสุด 100,000 บาท เบี้ยประกันต้องจ่ายครบ 10 ปีขึ้นไป
ประกันสุขภาพ ลดหย่อนได้สูงสุด 25,000 บาท รวมกับประกันชีวิตไม่เกิน 100,000 บาท
ประกันชีวิตแบบบำนาญ ลดหย่อนได้สูงสุด 200,000 บาท ต้องเป็นกรมธรรม์ที่มีระยะเวลาคุ้มครอง 10 ปีขึ้นไป
3. กองทุนเพื่อการเกษียณ
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุด 15% ของเงินเดือน แต่ไม่เกิน 500,000 บาท
กองทุน RMF ลดหย่อนได้สูงสุด 30% ของรายได้ แต่ไม่เกิน 500,000 บาท
กองทุน SSF ลดหย่อนได้สูงสุด 30% ของรายได้ แต่ไม่เกิน 200,000 บาท
กองทุน ThaiESG ลดหย่อนได้สูงสุด 30% ของรายได้ แต่ไม่เกิน 300,000 บาท
สำคัญ: เมื่อรวม PVD + RMF + SSF + ThaiESG + ประกันบำนาญ ต้องไม่เกิน 500,000 บาท
เทคนิคการวางแผนภาษีที่หลายคนไม่รู้
1. เริ่มวางแผนตั้งแต่ต้นปี
หลายคนรอจนถึงปลายปีค่อยมาคิดเรื่องภาษี ทำให้พลาดโอกาสในการวางแผนที่ดี การเริ่มต้นตั้งแต่ต้นปีช่วยให้คุณสามารถกระจายการลงทุนในกองทุนต่างๆ ได้อย่างเหมาะสม และไม่ต้องรีบร้อนซื้อประกันหรือกองทุนในช่วงปลายปี
2. ใช้สิทธิ์ให้ครบทุกหมวด
อย่าลืมตรวจสอบว่าคุณได้ใช้สิทธิ์ลดหย่อนครบทุกหมวดหรือยัง โดยเฉพาะค่าลดหย่อนที่ไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่ม เช่น ค่าลดหย่อนบิดามารดา ค่าลดหย่อนผู้พิการ หรือค่าลดหย่อนเลี้ยงดูคนพิการ
3. พิจารณาประกันชีวิตแบบบำนาญ
ประกันชีวิตแบบบำนาญเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคนที่ต้องการลดหย่อนภาษีเพิ่มเติม เพราะได้สิทธิ์ลดหย่อนแยกต่างหากจากประกันชีวิตทั่วไป และยังได้รับเงินบำนาญเมื่อเกษียณอีกด้วย
4. บริจาคเพื่อการกุศล
การบริจาคเงินให้กับองค์กรการกุศลที่ได้รับการรับรองจากกรมสรรพากร สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ โดยบริจาคทั่วไปลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน
ตัวอย่างการคำนวณภาษี
สมมติว่าคุณมีรายได้ปีละ 1,000,000 บาท และใช้สิทธิ์ลดหย่อนดังนี้:
| รายการ | จำนวนเงิน |
|---|---|
| รายได้ทั้งปี | 1,000,000 บาท |
| หักค่าใช้จ่าย (50% ไม่เกิน 100,000) | -100,000 บาท |
| หักค่าลดหย่อนส่วนตัว | -60,000 บาท |
| หักประกันสังคม | -9,000 บาท |
| หักประกันชีวิต | -100,000 บาท |
| หักกองทุน RMF | -150,000 บาท |
| หักกองทุน SSF | -100,000 บาท |
| เงินได้สุทธิ | 481,000 บาท |
ภาษีที่ต้องจ่าย:
- 0 - 150,000 = ยกเว้น
- 150,001 - 300,000 = 150,000 x 5% = 7,500 บาท
- 300,001 - 481,000 = 181,000 x 10% = 18,100 บาท
- รวมภาษี = 25,600 บาท
หากไม่วางแผนภาษีเลย (ใช้แค่ค่าลดหย่อนส่วนตัว):
- เงินได้สุทธิ = 1,000,000 - 100,000 - 60,000 - 9,000 = 831,000 บาท
- ภาษีที่ต้องจ่าย = 7,500 + 15,000 + 35,000 + 31,000 = 88,500 บาท
ประหยัดภาษีได้ถึง 62,900 บาท!
สรุป
การวางแผนภาษีเป็นสิ่งที่ทุกคนควรทำ ไม่ว่าจะมีรายได้มากหรือน้อย เพราะเงินที่ประหยัดได้จากการวางแผนภาษีอย่างถูกต้อง สามารถนำไปต่อยอดสร้างความมั่งคั่งในระยะยาวได้
หากคุณต้องการคำปรึกษาเรื่องการวางแผนภาษีแบบเฉพาะบุคคล สามารถ นัดปรึกษาฟรี กับทีมงาน SmartWealth ได้เลยครับ เราพร้อมช่วยคุณวางแผนภาษีอย่างครบวงจร
พ.ต.ท.วิศรุตภูมิ ชูประยูร, M.Pol.Sc., AFPT™
ที่ปรึกษาการเงิน AFPT™ | ผู้วางแผนการลงทุน
ประสบการณ์กว่า 10 ปีในด้านการวางแผนการเงิน ประกันชีวิต และการลงทุน พร้อมใบอนุญาตครบถ้วนจากหน่วยงานกำกับดูแล