คุณสมศรี (นามสมมติ) อายุ 45 ปี เธอเป็นข้าราชการครูระดับชำนาญการพิเศษ โรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งในจังหวัดนนทบุรี เงินเดือน 42,000 บาท มีสามีเป็นพนักงานบริษัทเอกชน รายได้ครอบครัวรวม 85,000 บาท/เดือน ลูกสองคนกำลังเรียนมหาวิทยาลัย ภาระค่าเทอมประมาณ 60,000 บาท/เทอม เธอมีเงินออมในกบข. ประมาณ 1.2 ล้านบาท และเงินฝากอีก 500,000 บาท
ปัญหาหลักคือเธอกังวลว่าเงินบำนาญข้าราชการจะไม่เพียงพอสำหรับชีวิตหลังเกษียณ โดยเฉพาะค่ารักษาพยาบาลที่อาจสูงขึ้นเรื่อยๆ เธอเคยคิดจะลงทุนเพิ่มเติมแต่ไม่รู้ว่าควรเริ่มจากตรงไหน เพราะตลอดชีวิตการทำงานเธอเก็บเงินในบัญชีออมทรัพย์เป็นหลัก นอกจากนี้ เธอยังต้องดูแลแม่วัย 72 ปี ที่เริ่มมีปัญหาสุขภาพ ทำให้ต้องวางแผนค่าใช้จ่ายส่วนนี้ด้วย
เราวิเคราะห์รายรับรายจ่ายอย่างละเอียด และพบว่าหลังลูกเรียนจบ (อีก 2 ปี) จะมีเงินเหลือเดือนละ 25,000 บาทที่สามารถนำไปลงทุนได้ **ขั้นตอนที่ 1: เพิ่มความคุ้มครองสุขภาพ** จัดทำประกันสุขภาพเพิ่มเติมจากสวัสดิการราชการ เน้นห้องพิเศษและโรคร้ายแรง เบี้ยปีละ 18,000 บาท **ขั้นตอนที่ 2: ปรับพอร์ตกบข.** เปลี่ยนจากแผนการลงทุนตราสารหนี้ล้วน มาเป็นแผนผสม 60:40 (หุ้น:ตราสารหนี้) เพื่อเพิ่มผลตอบแทนระยะยาว **ขั้นตอนที่ 3: ลงทุนเพิ่มเติม** เริ่ม DCA กองทุนรวมหุ้นไทยและต่างประเทศ เดือนละ 10,000 บาท ผ่าน Finnomena พร้อมซื้อ SSF/RMF เพื่อลดหย่อนภาษี
หลังวางแผนมา 2 ปี ผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจมาก พอร์ตกบข. เติบโตจาก 1.2 ล้าน เป็น 1.6 ล้านบาท จากการปรับแผนลงทุน เงินลงทุนเพิ่มเติมสะสมได้ 280,000 บาท ประหยัดภาษีจาก SSF/RMF ได้ปีละ 15,000 บาท และมีประกันสุขภาพที่ครอบคลุมมากขึ้น คาดว่าเมื่อเกษียณอายุ 60 ปี จะมีเงินก้อนรวมประมาณ 5.5 ล้านบาท บวกเงินบำนาญเดือนละ 25,000 บาท เพียงพอสำหรับชีวิตหลังเกษียณอย่างสบาย
ตอนแรกกลัวว่าจะสายเกินไป แต่พี่สมาร์ทบอกว่า "ไม่มีคำว่าสาย มีแต่คำว่าเริ่ม" ตอนนี้รู้สึกมั่นใจมากว่าจะเกษียณอย่างมีความสุขค่ะ
— ลูกค้าของ SmartNexus
ชอบบทความนี้? แชร์ให้เพื่อนๆ ได้เลย
ช่วยแชร์ความรู้ดีๆ ให้คนรอบข้างได้รับประโยชน์